Skip navigation

เมื่อ 3 ปีก่อน

วันเคลื่อนพลตามทวงคืนศิลาภูผา

เสียงผู้คนที่เริ่มอื้ออึงระคน กับเสียงของสิงสาราสัตว์ข้างนอกกระโจม ทำให้ผู้ที่หลับใหลอยู่ข้างในก็ไม่อาจทนฝืนไม่รู้ไม่เห็นต่อกิจกรรมข้างนอกต่อไปได้ อูลวาจึงค่อยๆลืมตาตื่น เผยให้เห็นแก้วตาสีเหล็ก ฉายแววนักสู้ที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคมเข้มคู่นั้น ผมหยักศกที่ไว้ระคอของเขาเป็นสีไม้มะฮอกกานีเหลือบทองเล็กน้อยเมื่อยามต้องแสงที่ลอดช่องหน้าต่างกระโจมเข้ามา เขาต้องรู้สึกตัวตื่นหลังจากการนิทราไปได้เพียงไม่ถึงสองชั่วยาม สาเหตุก็คงเพราะร่างของหญิงสาวที่หลับใหลอยู่ในอ้อมอกของเขาซึ่งบัดนี้ยังไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด เขากระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้คุ้นกับแสงสว่างที่เข้ามาทักทายถึงที่นอน แล้วก็ค่อยๆยันกายขึ้นอย่างระมัดระวังเพราะเกรงว่าร่างน้อยๆที่เขาโอบไว้จะตกใจตื่น ผ้าห่มหลุดจากร่างกายท่อนบนของเขาเผยให้เห็นแผ่นอกที่แน่นล่ำ และมีกล้ามพองาม ที่อกด้านซ้าย มีรอยแผลเป็นที่ดูคล้ายกับรอยสักเสียมากกว่า มันเป็นรูปมังกรสยายปีก ที่มาของการที่เขาเป็นผู้ครองหัวใจมังกร เขาลุกขึ้นจากเตียง สวมเสื้อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้กับหัวเตียงทีละชิ้น แล้วเหลียวหลังกลับไปมองร่างหญิงสาวที่ยังคงหลับฝันหายใจเป็นจังหวะ ผิวที่ขาวอมชมพูนั้นเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มขนกวางมูทสีขาวหนุ่มฟูคลุมร่างอยู่หลวมๆ เมื่อคืนเป็นวันดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ของทั้งคู่ เจ้าบ่าวคือ อูลวา เขาเป็นลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านคีลู ผู้เป็นผู้ครองหมู่บ้าน และนครทางฝั่งใต้ของอาร์กติกทั้งหมดต่อจากพ่อของเขา คิริม่า และเจ้าหญิงนิทราผู้นี้ คือเจ้าสาวของเขา นางมีนามว่า มิกิ นางเป็นสาวงามต่างถิ่น ว่ากันว่านางมาจากดินแดนที่อบอุ่น และอุดมไปด้วยสีเขียวของพืชพรรณนานา นางมีผมยาวสยายสีทองงดงามยิ่งดุจเส้นไหม มีดวงตาสีเขียวมรกต แต่หล่อนอาภัพตรงที่เป็นใบ้ อูลวา นั่งลงบนเตียงอีกครั้ง ค่อยๆบรรจงปัดผมที่ยาวสยายมาละบดบังใบหน้าสวยสดของนางออกไป จนเผยให้เห็นแก้มสีขาวอมชมพูเลือดฝาดน่าจุมพิต เขามองดูเจ้าสาวของเขาอย่างรักใคร่ ก่อนค่อยๆก้มจรดริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาประกบแน่นกับริมฝีปากสีกลีบกุหลาบป่าของมิกิ หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นประหนึ่งได้รับจุมพิตให้ฟื้นจากนิทราอันยาวนาน นางส่งยิ้มอ่อนหวานให้เจ้าบ่าวรูปงาม ผู้จ้องมองดวงหน้าของนางอย่างไม่วางตา

“ท่านตื่นนานแล้วหรือคะ” เป็นเสียงของสาวน้อยที่แว่วหวานผ่านห้วงคำนึงของอูลวา ถึงแม้ว่ามิกิจะเป็นใบ้ แต่จะด้วยเพราะอูลวาเป็นผู้ครองหัวใจมังกร ผู้บันดาลปาฎิหารย์ หรือเป็นเพราะมิกิมีสัมผัสพิเศษ มีพลังลี้ลับซ่อนเร้นก็สุดที่จะคาดเดา ทำให้ทั้งคู่สามารถสื่อสารกันได้โดยผ่านโทรจิต เพียงแค่คิดถึงอีกฝ่าย ทั้งสองก็จะได้ยินเสียงของกันและกัน

“สักครู่หนึ่งแล้ว เพราะเห็นเจ้าหลับสบายอยู่เลยไม่อยากปลุก เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”

“ข้าไม่เป็นไรค่ะ” มิกิเอียงอายเล็กน้อย ด้วยที่อูลวาเป็นห่วงนาง เพราะเมื่อค่ำคืนทั้งคู่พร่ำพรอดรักกันจนเกือบรุ่งสาง นางค่อยๆยันกายขึ้น เผยให้เห็นอกสวยเต่งตึง และทรวดทรงที่บอบบาง หญิงสาวค่อยๆหยิบผ้าห่มมาปิดบังร่างเปลือยเปล่าไว้อย่างอายๆเมื่อรู้สึกตัวว่าไม่ได้สวมอะไร อูลวาเอื้อมข้ามตักของนางไปหยิบผ้าคลุมมาห่มไหล่ของนางไว้กันหนาว เขาเดินไปเปิดม่าน มองไปด้านนอก เห็นโพล่า หมียักษ์เพื่อนยากกำลังดื่มน้ำ มีชามู ชายร่างกำยำเคราครึ้มคอยแปลงขนให้อยู่ไม่ห่าง ถัดไปก็เป็นเหล่านักล่า ผู้กล้า ที่เตรียมอาวุธ และยานพาหนะ รถลากต่างๆ สิงสาราสัตว์ติดตามขบวน สุนัขลากเลื่อน พร้อมฝูงแมมมอท และกวางมูทสัตว์ที่ทนความหนาวเหน็บมากเกินใคร สำหรับแบกสัมภาระ และการเดินทางในวันนี้ อูลวาคิดถึงการเดินทางข้างหน้าแล้วก็ถอนหายใจยาว มิกิผู้เดินมาโอบร่างเขาจากด้านหลังรู้ดีว่าเขากังวลเพียงใดกับการเดินทางตามล่าศิลาภูผาสมบัติล้ำค่าของหมู่บ้านที่ถูกเคียนาทอกกับพวกช่วงชิงไปเมื่อหลายวันก่อน ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันแรกที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตฉันท์สามี ภรรยากัน

“ข้าไม่อยากจากเจ้าไปเลยมิกิ เราเพิ่งจะได้ร่วมชีวิต ได้เป็นหนึ่งเดียวกันวันแรก เป็นเพราะเคียนาทอกแท้ๆ ถ้ามันไม่มาชิงศิลาภูผาไป หมู่บ้านของเราคงจะสงบสุขกว่านี้ นี่ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะตามล่ามันเจอ ไม่รู้ว่าพวกมันมีกำลังมากมายเพียงใด หากเกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าคงทำให้เจ้าต้องเสียใจ และข้าก็คงทนไม่ได้ หากข้าต้องทิ้งให้เจ้าต้องเดียวดาย”

“อย่าพูดอย่างนั้นอูลวาที่รักของข้า ท่านจะไม่เป็นไรค่ะ ท่านเก่งกล้าสามารถกว่าใคร และเป็นผู้ครอบครองหัวใจมังกร หัวใจศักดิ์สิทธิ์ผู้บันดาลความหัศจรรย์ให้แก่พวกเรา อย่ากังวลไปเลย จะไม่มีสิ่งใดมาพรากท่านไปจากข้าได้  ที่สำคัญ โพล่าบอกกับข้าว่าจะปกป้องท่าน และจะนำท่านกลับมาหาข้าค่ะ”

ท่ามกลางความเหน็บหนาว ไออุ่นจากสองร่างที่แนบชิดติดกันทำให้อูลวาคลายความว้าวุ่นลง เขาหันหลังกลับไปกอดร่างของหญิงสาวผู้เป็นที่รักไว้แนบแน่น พรมจูบจนทั่วใบหน้าของนาง หญิงสาวก็ซุกใบหน้าลงกับอกที่แน่นอุ่นของเขา เสียงจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ และลมหายใจร้อนผ่าวที่ซอกคอของนาง ทำเอาใบหน้าขาวอมชมพูของมิกิค่อยๆแดงเรื่อขึ้น ร่างกายเริ่มอ่อนเปลี้ย นางค่อยๆผลักร่างอูลวาออกห่าง

“ไม่ได้ค่ะ สายมากแล้ว ทุกคนคงรอท่านอยู่ การเดินทางจะล่าช้าไม่ได้นะคะ ถ้าเราไม่ได้ศิลาภูผากลับคืนมา โอกาสที่หมู่บ้านเราจะพบกับภัยภิบัติก็จะยิ่งมีมากขึ้น หลังจากที่ท่านทำภารกิจเสร็จแล้ว อยากได้อะไร ข้าก็จะให้ค่ะ เพราะทั้งชีวิตนี้ก็ได้มอบให้ท่านแล้ว”

อูลวาส่งยิ้มให้นาง พร้อมทั้งก้มหัวลงมาจนหน้าผากของทั้งคู่แตะกัน จมูกที่โด่งดูโดดเด่นของเขาก็ปัดจมูกที่เล็กจิ้มลิ้มของเธอล้อเล่นอยู่ไปมา ทำให้นางอดหัวเราะไม่ได้

“มิกิยอดรัก ข้าจะรีบทำภารกิจนี้ให้เสร็จ นำศิลาภูผากลับมายังหมู่บ้านเรา และหากกลับมาแล้ว สิ่งแรกที่ข้าจะทำก็คือ กอดเจ้าไว้ทั้งวันทั้งคืน กลืนกินเจ้าให้หายคิดถึงที่ต้องจากกันเสียหลายราตรี”

“อย่าทำอย่างนั้นเชียวนะ ข้าจะได้ตายคาอกท่านน่ะสิ”

“ข้าต่างหากที่จะตายเพราะความคิดถึงเจ้า”

หญิงสาว ส่งยิ้มให้ แล้วผละเดินไปหยิบดาบยาวคู่มือมาให้อูลวา นางปลดเชือกที่คาดหน้าผากของนางออกมาผูกไว้ที่ด้ามดาบ พร้อมทั้งจุมพิต แล้วส่งให้เจ้าของ

“หัวใจของข้าอยู่ในดาบคมพยัคฆ์นี้ มันจะคุ้มครองท่าน เหมือนที่ข้าจะคอยอยู่เคียงข้างท่านเสมอ ข้าจะรอคอยอยู่ทางนี้รอวันท่านหวนคืน และเมื่อท่านกลับมา ท่านต้องมอบหัวใจของท่านให้ข้าแทน”

อูลวาดึงร่างมิกิมากอดไว้อีกครั้งพร้อมทั้งกระซิบที่ข้างหูนางเบาๆว่า

“หัวใจของข้า เป็นของเจ้านานแล้ว”

ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะดังโครมครามมาจากนอกกระโจม

“อะแฮ่ม หัวหน้า ท่านตื่นแล้วใช่ไหม ข้าไม่อยากจะขัดจังหวะท่านหรอกนะ แต่ตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้ว จะให้ข้าบอกให้รอก่อนดีไหม แล้วจะให้เคลื่อนทัพสักกี่ยามดี”

ชามูเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูของกระโจมซึ่งเป็นห้องหอของอูลวากับมิกิ เขาส่งเสียงไปขัดกวนเวลาหวานของคู่ใหม่ปลามันอย่างจงใจ ทำให้อูลวาชะงักแล้วจุ๊ปากเสียงดังเหมือนกับไม่พอใจที่ชามูมาขัดในยามสำคัญ มิกิหัวเราะชอบใจ จนชายหนุ่มต้องจุมพิตให้นางหยุดหัวเราะ เขาคว้าผ้าคลุม แล้วนำมีดพกเหน็บที่เอว คว้าดาบคมพยัคฆ์ใส่ฝักดาบที่สะพายไว้ด้านหลัง หยิบย่ามใบใหญ่ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูกระโจม แล้วพบชามูยืนยิ้มร่าอยู่

“ชามู เจ้าอย่ามาทำรู้ดี ถ้าเตรียมการเสร็จแล้วก็รีบไปกันได้แล้ว”

“แหมๆ ทำเป็นมาโกรธ ข้าก็แค่ล้อเล่นน่าท่านหัวหน้า ข้าเข้าใจหรอกว่าวันแรกของชีวิตคู่มันหวานแหววแค่ไหน ว่าแต่ ท่านไปไหวแน่เหรอ พักอีกหน่อยก็ได้นะ”

ชามูผู้เป็นเหมือนพี่ชายของอูลวา เพราะทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน และฝึกซ้อม ร่วมรบ ร่วมล่าสัตว์อสูรกันมาตั้งแต่ทั้งคู่จับอาวุธได้ เขาชอบหยอกล้อ และกวนโมโหอูลวาเป็นประจำ แม้นว่าตอนนี้อูลวาจะเป็นถึงว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไป รับช่วงต่อจากคิริม่าผู้เป็นพ่อ ตัวอูลวาเองก็ไม่เคยถือโกรธ เอาอารมณ์กับการหยอกเย้าของชามู ก็อาจจะมีปากเสียง ต่อปากต่อคำกันบ้าง แต่ก็เพราะทั้งคู่สนิทสนมกันมาก ยากจะมีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงมิตรภาพนี้ระหว่างพวกเขาไปได้

“จะต้องพักทำไมกันล่ะ ข้าก็ไม่ได้ไปทำอะไรที่ต้องใช้กำลังมากมายอะไรนี่ เลิกแหย่ข้าสักทีน่า ไปกันได้แล้ว”

ชามูมองข้ามไหล่อูลวาไป เห็นมิกิผู้อยู่บนเตียงสวมผ้าคลุมเรียบร้อย ส่งยิ้มทักทาย และโบกมือให้ ชามูโบกมือตอบ ยังไม่ทันได้อึดใจ อูลวาก็คว้าประตูปิดดังปัง แล้วดึงผ้าปิดประตูลงมา พร้อมทั้งมองดูชามู และหรี่ตาเหมือนจะเตือนไม่ให้ซุกซน

“คร้าบๆ ไปกันๆ เอ้า ไอ้หนูเตรียมตัว เราจะไปกันแล้ว”

บรรดานักล่าหนุ่มทั้งหมดที่กำลังเตรียมข้าวของ หันมาทำความเคารพอูลวาเมื่อเห็นเขาเดินมาใกล้ ส่วนอูลวาเอง ก็หันไปโค้งอีกทาง เมื่อเห็นหัวหน้าหมู่บ้าน คิริม่า คาเปียไตทอก เดินมาพร้อมกับบัลโด ที่ปรึกษาคนสนิท ชายแก่ผมขาวยาวผู้มีหน้าตาใจดี ตัวปุ้มปุ้ย เวลาเดินคล้ายกับนกเพนกวินก็ไม่ปาน

“จะออกเดินทางกันแล้วเหรอ” คิริม่าเอ่ยถามลูกชายเรียบๆ มองดูไพร่พลเหมือนจะตรวจตราความพร้อม

“ครับท่านพ่อ อากาศวันนี้ดีมาก คาดว่าไม่เกินค่ำของพรุ่งนี้น่าจะถึงมูลจาครับ”

“อย่าประมาท ระหว่างทางอาจจะเจอกับพวกวอลลัส หรือฝูงหมาป่า ยังไงเจ้าก็จงระวัง อย่าไปในเส้นทางที่อันตราย พ่อเชื่อว่าสองวันนี้ ทางมูลจาก็คงยังขนถ่ายสินค้าไม่หมด พ่อส่งสารไปบอกทางหัวหน้าของมูลจาไว้แล้ว ว่าทางเราจะพยายามไปถึงก่อนคืนเดือนแรม อย่างน้อยๆเจ้าจะได้มีเวลาเดินทาง ไม่ต้องเร่งรีบนัก เมื่อได้เสบียง และยามาแล้ว ก็จงรีบรุดหน้าไปทางเหนือ ข้าเชื่อว่าศิลาภูผาคงยังไม่ได้ถูกพวกเคียนาทอกทำลาย พวกมันต้องนำกลับไปช่วยจ่าฝูงของมันที่เจ้าทำบาดเจ็บไปครั้งก่อนเป็นแน่ ถึงตอนนั้นหากกำลังของมันมากกว่า ก็จงอย่าฝืน ถ้าภายในหนึ่งสัปดาห์เจ้ายังไม่ส่งข่าวกลับมา ข้าจะพาทัพฎีกาออกไปช่วยเจ้าอีกแรง”

“ขอบคุณท่านพ่อ แต่ขอให้วางใจ ข้าจะทำภารกิจนี้อย่างสุดความสามารถ อย่างไรเสียข้าก็เป็นถึงผู้ครองหัวใจมังกร”

“อย่าประมาทอูลวา เจ้าก็รู้ว่าเคียนาทอกไม่ใช่อสูรธรรมดาๆที่เราเคยเจอมา ต่อให้เจ้าครองหัวใจมังกร ก็อย่าหลงกลมันเป็นอันขาด ขอให้จำไว้ให้ดี”

“ขอบคุณท่านพ่อที่เตือนสติ ยังไงข้าจะระวัง และข้าก็จะไม่ให้ท่านต้องลำบากลงมือลงแรงเองหรอกครับ เอ่อ…แต่คงมีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องรบกวนท่าน”

“ว่ามาเจ้าลูกชาย”

“คือ… ถ้ายังไงข้าขอฝากมิกิไว้กับท่านด้วย เราเพิ่งจะแต่งงานกัน แต่ก็ต้องมาห่างกันตั้งแต่วันแรกที่ใช้ชีวิตคู่ ข้าไม่อยากให้นางเหงา หรือกังวลใจกับเรื่องของข้าจนไม่เป็นอันทำอะไร”

ฝ่ายคิริม่าได้ยินก็อมยิ้ม ด้วยรู้ว่าลูกชายรักใคร่ลูกสะใภ้คนนี้เพียงไร เขาคอยเฝ้าตามนางไม่ห่างตั้งแต่วันแรกที่นำนางมาที่หมู่บ้าน จนบัดนี้ทั้งคู่ก็เป็นคนๆเดียวกันแล้ว ตัวเขาเองก็เอ็นดูมิกิอยู่ไม่น้อย จะเปรียบเหมือนลูกสาวแท้ๆไปอีกคนเลยก็ว่าได้ เพราะความอ่อนหวาน มีน้ำใจ และความรักที่นางมีให้อูลวา ทำให้เขานึกรักนางประหนึ่งเลือดเนื้อเชื้อไข เขาจับบ่าอูลวา แล้วบีบเบาๆเมื่อจะย้ำให้ลูกชายของเขามั่นใจในสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไป

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้นุกก้าจะมาคอยดูแลนางในช่วงที่เจ้าไม่อยู่เอง เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย เอาล่ะ ถ้าทุกอย่างพร้อมแล้ว เจ้าก็ออกเดินทางเถิด แดดเริ่มจะแรงขึ้นแล้ว เดี๋ยวหิมะละลาย ทะเลน้ำแข็งจะเปราะ เจ้าจะต้องเดินทางอ้อมไปจะยิ่งเสียเวลา”

“ครับท่านพ่อ ท่านก็ ดูแลตัวเองด้วย”

คิริม่าไม่ตอบ แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับ เขาเดินตรงไปที่โพล่า หมีขาวตัวยักษ์ซึ่งมีบังเหียน และอานคาดอยู่บนหลัง เขาลูบที่ต้นขาหน้าของมัน แล้วตบเบาๆ เหมือนจะฝากฝังชีวิตลูกชายสุดที่รักไว้ด้วย อูลวาเดินมาชิดลำตัวของเจ้าหมีขาว เขานำมือแนบอกแล้วโค้งให้คิริม่าก่อนค่อยๆย่างเหยียบเชือกที่มัดไว้เหมือนขั้นบันไดเล็กๆเพื่อให้เขาได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังมันได้ เหลียวหลังมองไปที่กระโจมก็เห็นมิกิแหวกผ้าม่านส่งสายตาบอกลาเขา เขาส่งจูบตอบไป ก่อนหันไปบอกขบวนให้เคลื่อนพล

“เอาล่ะ ทุกคน ออกเดินทางได้”

เสียงแตรเขากวางดังไล่มากจากด้านหลังเป็นสัญญาณให้เริ่มออกเดินทาง คิริม่ามองดูทัพนักล่าอสูรเคลื่อนพลออกไปช้าๆ จนไปไกลลับสุดสายตา ครู่หนึ่งมิกิก็เดินออกมายืนเคียงข้าง เขาแลหลังกลับไปเห็นนาง ก็ส่งยิ้มให้ พร้อมทั้งจับไหล่ที่บอบบางทั้งสองข้างของนาง

“อย่าห่วงไปเลยนะมิกิ อูลวาของเจ้าจะต้องปลอดภัยกลับมา”

มิกิพยักหน้ารับ พร้อมทั้งส่งยิ้มให้ ทั้งคู่เดินตามกันกลับเข้าไปในหมู่บ้าน โดยไม่คาดคิดว่า การเดินทางตามทวงคืนศิลาภูผาของอูลวาผู้มีหัวใจมังกรนั้น จะเต็มไปด้วยอุปสรรค และภัยอันตรายมากมาย การเดินทางอันยาวนานเกินคาดคิด ความลึกลับสุดคาดเดาในปริศนาต่างๆของการไขความลับแห่งอดีต และการรอคอยที่ไม่มีวันสิ้นสุด มีเพียงความรัก ความหวัง และศรัทธาเป็นเดิมพันในสมรภูมิอันโหดร้ายนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.