ศัตรูหัวใจ

พวกคุณรู้หรือเปล่า อะไรที่ทำให้ผู้ชายเราหวั่นไหวที่สุด ก็เมื่อรู้ว่ามีคู่แข่งปรากฏตัวขึ้น เราไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาเทียบเท่า หรือแม้แต่เห็นเราด้อยกว่า ศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราอยู่แล้ว ผมก็เช่นกัน ตั้งแต่รู้ว่า ไม่ได้มีเพียงผมที่สนใจในตัวนิก หากยังมีผู้ชายอีกคน ที่ปรารถนาเขาเช่นกัน และที่สำคัญ เดี๋ยวนี้ นิกเจอกับเขาบ่อยเหลือเกิน ทำไมผมถึงเริ่มหวั่นใจน่ะเหรอ ก็เพราะคนๆนี้รู้จักนิกมานานกว่าผมมากนัก เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก เรียกได้ว่า ผมแพ้เขาในทุกๆด้าน แม้ผมเองจะไม่ชอบให้พวกเขาเจอกัน แต่มันก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เพราะยังไงเขาสองคนก็ต้องเจอกันที่มหาวิทยาลัย แล้วอย่างวันนี้ เขาก็ชวนนิกไปเที่ยวกันหลังเลิกเรียน ผมไม่อยากให้นิกเกลียดผม ผมถึงกับต้องกลั้นใจสุดชีวิต ให้นิกชวนเขามาทานข้าวที่บ้านแทน เพื่อกันไม่ให้เขาทั้งสองไปเจอกันข้างนอกสองต่อสอง

นิกแวะมาผมที่ออฟฟิศเพื่อยืนยันความตั้งใจของผมอีกครั้ง ที่จะชวนศัตรูคู่อาฆาตเข้าบ้านของเรา

“ จะดีเหรอครับคุณติ จริงๆเราแค่จะไปหาอะไรทานกัน ไม่กลับค่ำมืดหรอกครับ ”

“ ไม่อยากให้เพื่อนของเธอชิมฝีมือฉันบ้างเหรอ ก็ไหนเธอบอกว่าฝีมือทำอาหารของฉันอร่อยยังไงล่ะ ”

“ ไม่อยากครับ ถ้ามันจะทำให้คุณติต้องลำบาก ผมไม่อยากให้คุณติต้องมาเหนื่อย ลำพังแค่ทำงานคุณติก็เหนื่อยมากพออยู่แล้ว ถ้าต้องมาต้อนรับขับสู้เพื่อนผมอีก ผมคงรู้สึกไม่ดี ”

“ โถ นิก ไม่เป็นไรหรอกครับ ช่วงนี้งานไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่น่ะ วันนี้ฉันจะกลับเร็วนะ จะมาเตรียมตัวทำอาหารรอไว้ ยังไงก็อย่าลืมพาเพื่อนเธอมากินข้าวที่บ้านเราให้ได้ละ ฉันจะคอย ”

“ วันนี้คุณติน่ารักจังครับ ” เขาเขย่งขาขึ้นมาจุ๊บแก้มผม เล่นเอาผมเขินไปเลย

“ ขอบคุณนะครับ งั้นผมไปเรียนคลาสบ่ายก่อนนะฮะ แล้วเจอกันตอนเย็น ”

อย่างน้อยๆก็ผมมั่นใจว่า ความสุขที่ผมได้รับแบบนี้ หมอนั่นคงไม่มีทางได้เจอเป็นแน่

 

“ อ่าว คุณนิก จะไปเรียนแล้วเหรอครับ ให้ผมไปส่งไหมครับ ” เรวัติออกปากอาสาไปส่ง แต่นิกส่ายหน้า

“ ไม่เป็นไรครับ มหาวิทยาลัยอยู่ใกล้แค่นี้เอง สบายมากครับ ผมไปก่อนนะครับทุกคน แล้วเจอกันครับ ”

“ คร้าบ “

หลังจากที่นิติพลลงลิฟท์ไป ทุกคนก็ได้ยินเสียง กีรติฮัมเพลงลอดออกมาจากห้องของเขา ทำให้ทุกคนประหลาดใจ

“ เฮ้ย ไอ้เรย์ นายแกเป็นอะไรวะ ฮัมเพลงทั้งวันเลย ไปอารมณ์ดีมาจากไหน ”

“ ก็จะมีสักกี่เรื่องที่ทำนายอารมณ์ดีได้แบบนี้เล่า ”

“ สงสัย เมื่อคืนคุณนิกคงตามใจน่าดูเลยว่ะเนี่ย โอ้ย… อะไรล่ะพี่นพ ”

“ เมื่อไหร่หมาจะหมดปากแกหะ ออกความเห็นทุกเรื่องเลยสิวะไอ้นี่ ”

“ โห่พี่ ฉันก็พูดไปตามที่เห็นเนอะ อย่าถือบ้า อย่าว่าคนหล่ออย่างผมเลยน่า ”

“ อืม… ฉันไม่ถือนายหรอกทศวิช ว่าแต่โปรแกรมตัวใหม่ที่ว่าจะทดสอบใช้กันในบริษัทน่ะ จะเริ่มติดตั้งได้หรือยัง ”

“ อุ้ย นาย… ครับๆ ผมจะดำเนินการให้วันนี้เลยครับ ”

“ ดี ฉันฝากให้นายดูแล้วกัน วันนี้ฉันจะออกไปข้างนอก แต่ไม่กลับเข้ามาแล้วนะ ยังไงถ้าโปรแกรมติดตั้งเสร็จแล้วก็โทรรายงานฉันด้วย แล้วก็ถ้าเกิดงานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ทุกคนก็กลับกันได้เลย ”

“ ครับนาย ”

กีรติเดินตัวปลิวออกไปจากออฟฟิศ ทิ้งให้ทุกคนฉงนสงสัย สักพักเรวัติได้สติก็รีบเดินตามไป เหลือเพียงมานพ และทศวิชที่ยืนมองหน้ากันไปมา แล้วยิ้มออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอครับนาย ” เรวัติถาม เมื่อทั้งคู่นั่งในรถด้วยกัน

“ นิกจะพาศัตรูหัวใจของฉันมาที่คอนโด วันนี้ฉันเลยต้องต้อนรับขับสู้ให้ดีหน่อยน่ะ ”

“ เอ๋… ถ้าเป็นศัตรูหัวใจ ทำไมคุณติดูสบายอกสบายใจจังครับ แล้วอย่างนี้ไม่อันตรายเหรอครับถ้าให้คุณนิกกับเขาเจอกัน ”

“ ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะทำให้เขารู้ ว่าฉันกับเขา มันคนละชั้นกัน ”

แม้ใบหน้าของกีรติจะมีรอยยิ้ม แต่เรวัติรู้สึกว่าความเยือกเย็นเข้ามาปกคลุมบรรยากาศในรถเอาไว้ เรวัติมั่นใจเหลือเกินว่า วันนี้ศัตรูหัวใจของเจ้านายของเขา คงต้องรับศึกหนักแน่ๆ ด้วยที่ไม่รู้ว่าศัตรูขู่แข่งผู้น่ากลัวนั้น คือ กีรติ ผู้นี้นี่เอง

 

ระหว่างที่นั่งเรียนอยู่ในห้องเล็กเชอร์ใหญ่ นิติพลก็ได้บอกเมฆาเรื่องที่กีรติเชื้อเชิญเขาไปรับประทานอาหารเย็นที่คอนโด

“ ฉันว่าพ่อเลี้ยงนายต้องมีแผนอะไรแน่ๆเลย ไม่งั้นไม่มาชวนฉันไปถึงคอนโดสุดหรูของพวกนายหรอก “

“ แผนบ้าบออะไรกัน ไม่มีหรอก อย่าคิดมาก ฉันเองเป็นคนที่บอกคุณติว่าฝีมือทำอาหารของเขาอร่อย อยากให้เพื่อนๆได้ชิมบ้าง นี่ ปกติคุณติเขาไม่ยอมให้ใครไปคอนโดของเขาหรอกนะ นายน่ะจะเป็นคนแรกๆเลยที่ได้ไป ”

“ แหม เป็นเกียรติซะจริง ฉันว่าที่เขาไม่อยากให้คนอื่นไปที่คอนโด เพราะกลัวจะมีคนตามไปราวีถูกที่ล่ะสิ ท่าทางเป็นคนชอบใช้กำลัง หาเรื่องคนอื่น หรือไงดี ฉันว่าพ่อเลี้ยงนายคนเนี่ย เขาเหมือนพวกมาเฟีย ยังไงอย่างนั้นเลยอ่ะ ดีไม่ดี ที่ชวนฉันไปเนี่ยหมายจะทุบหัวฉันตอนเผลอหรือเปล่าก็ไม่รู้ ”

“ อย่ามองแง่ร้ายสิ คุณติเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้นหรอกนะ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เป็นมาเฟียด้วย เพียงแต่หน้าที่การงาน และภาระต่างๆที่เขามี ทำให้ดูคล้ายๆแล้วเป็นคนมีอิทธิพล อะไรทำนองนั้นแหละ แต่เอาเถอะ นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของพวกเราหรอกนะ นายเองถ้าไม่รู้จักมองคนในแง่อื่นบ้าง เดี๋ยวจะแก่เร็วเพราะเครียดรู้ป่าว แล้วก็ ถ้านายไม่อยากให้คุณติอารมณ์เสียซะตั้งแต่หัววัน ก็อย่าเรียกเขาว่า พ่อเลี้ยง อีก เพราะจริงๆแล้วเขาก็ไม่ใช่พ่อเลี้ยงของฉัน ”

“ หึ… หงุดหงิดชะมัดเลย รู้ตัวไหมว่านายน่ะอะไรก็ คุณติๆ ฉันละหงุดหงิดจริงๆเลย ให้ตายสิ ”

“ … ฉ…ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย “

“ ตาลุงนั่นมีดีตรงไหนน้า ฉันอยากจะรู้จริง ” เมฆาจ้องหน้าเขาด้วยสายตามีเลศนัย อีกฝ่ายจึงได้แต่หลบตา ด้วยว่าแก้ตัวไม่ถูก กีรติมีดีอะไรนะ ตัวเขาเองที่เริ่มชอบกีรติเข้าแล้วก็ยังสงสัยเหมือนกัน

“ … คุณกีรติเขาไม่ได้แก่ขนาดลุงหรอกนะ เอาเป็นว่าเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งก็แล้วกัน ”

“ ถ้าเทียบกับฉันคนนี้ละ หน้าตาฉันไม่ดีพอเหรอ หรือฉันไม่แข็งแรงพอจะปกป้องนายได้ หืม… ว่าไงนิก ”

“ …อย…อย่าเปลี่ยนเรื่องน่า ตกลงจะไปหรือไม่ไป ถ้านายไม่ไป ฉันก็ไม่ไปเที่ยวกับนายแล้วเหมือนกัน วันนี้ฉันไม่ค่อยมีอารมณ์อยากไปเที่ยวข้างนอกเท่าไหร่แล้ว ”

“ โธ่ ไปสิไป ไม่น่าทำให้คุณนิติพลโกรธเลยสินะเรา ก็ดีนะ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเจ้าหนี้หนุ่มขี้เก๊กของนายคนนี้ เขาจะต้อนรับฉันคนนี้ได้ดีซักแค่ไหน ”

ฝ่ายกีรตินั้น ก็ไปซื้อของสดที่ซุปเปอร์มาเก็ตที่ห้างด้วยตัวเอง จริงๆแล้วห้างที่เขาไปก็เป็นของเขาเอง ซึ่งโดยปกติ เขาไม่ค่อยได้ไปจับจ่ายซื้อของด้วยตัวเอง ด้วยเพราะมีคนของเขามากมายที่คอยจัดการให้ ในเมื่อวันนี้กรรมการผู้จัดการใหญ่อย่างเขาไปปรากฏตัว จึงเป็นที่ฮือฮาของพนักงานที่พบเห็น ทำให้กีรติเองรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อยในการเดินเลือกซื้อของ แต่ที่อึดอัดกว่านั้น เห็นจะไม่ใช่แค่เรื่องซื้อของไม่สะดวก ด้วยจริงๆแล้ว กีรติไม่อยากจะอยู่ที่ห้างนี้นานนัก เพราะเขาไม่อยากเจอใครคนนึง

“ เรวัติ นายช่วยไปบอกให้คนพวกนั้นกลับไปทำงานได้ไหม มาเดินตามดูกันอยู่ได้ บอกไปเลยนะ ว่าถ้าว่างนักก็กลับไปทำงาน ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่ออกให้หมดเลย ”

“ เห็นไหมละผมก็บอกนายแล้วว่าไม่ต้องลงมาเอง ให้ผมจัดการให้ นายก็ไม่เอา จะต้องมาเองให้ได้ ”

“ ก็วันนี้มันพิเศษกว่าทุกวันนี่ ฉันก็อยากจะทำเองทั้งหมด ตั้งแต่ซื้อของเลย นายเองก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยากมาที่นี่นักหรอกถ้าไม่จำเป็น ”

“ อ่อ… คุณยังไม่ได้คุยกับคุณศิเหรอครับ ”

“ เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ฉันกับศศิกานต์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันทั้งนั้น ทั้งหมดเป็นเพราะผู้ใหญ่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง อยากจะหาผลประโยชน์จากเราสองคน ”

“ คุณนิกทราบเรื่องนี้หรือยังครับ ”

“ นิกไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ รังแต่จะทำให้เขาไม่สบายใจเปล่าๆ ”

“ แต่ผมไม่คิดว่าอย่างนั้นนะครับนาย คุณนิกอาจจะเสียใจก็ได้ ถ้าหากเธอรู้ทีหลัง ”

“… เอาไว้ถึงเวลา ฉันก็จะบอกนิกเองแหละน่า ”

“ ดื้อจริงๆน้า นายน้อยของผม ถ้าคุณนิกเธองอน หอบข้าวของหนีออกจากคอนโดไป ผมไม่รู้ด้วยนะเอ้า ”

“ เออน่า ฉันไม่ปล่อยไว้ถึงขั้นนั้นหรอก ว่าแต่ วันนี้ฉันจะได้ซื้อของจนเสร็จไหมเนี่ย เดินไปไหนก็มีแต่คนคอยตามเพียบ ”

“ อย่าไปถือสาเขาเลยครับ เป็นธรรมดาที่เขาจะตื่นเต้นไม่ใช่เหรอครับ ที่เห็นนายน้อย แห่ง อิสรา กรุ๊ป ที่เป็นเจ้าของห้าง มาเดินจับจ่ายซื้อของเองในซุปเปอร์มาเก็ตแบบนี้ ”

“ จะยังไงก็เถอะ แล้วนายจะปล่อยให้พวกเขามาเดินตามเราอยู่แบบนี้เหรอ จะไม่จัดการอะไรให้เลยหรือไง นายเป็นบอดี้การ์ดของฉันนะ ”

“ คร้าบๆนายน้อย เดี๋ยวผมจะไปบอกให้ว่านายน้อยของพวกเขาขี้อาย ไม่ชอบให้ใครมาตามดูเหมือนดาราแล้วกันนะครับ ”

“ นี่ๆ… ถ้าจะบอกแบบนั้นก็ไม่ต้องหรอก งั้นก็รีบๆช่วยกันซื้อของให้เสร็จๆเสียที ”

เรวัติอดยิ้มให้กับพฤติกรรมที่น่ารักของเจ้านายของเขาไม่ได้ หลังกีรติเดินนำไปเล็กน้อย เขาก็ไปกระซิบบอกคนติดตามอีกคน ให้ไปกันคนออกไปห่างๆ เพื่อไม่ให้การมาของพวกเขาเป็นจุดสนใจ จึงทำให้พวกเขาเดินซื้อของกันสะดวกขึ้น และสุดท้ายก็ซื้อของจนครบหมดในเวลาไม่นาน

“ เอ่อ… ทั้งหมด 2,543.50 บาทค่ะ ”

“ ผมใช้เครดิตการ์ดได้หรือเปล่า ”

“ ได้ค่ะคุณกีรติ … รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยค่ะ … เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ ”

“ ขอบคุณครับ พวกคุณก็ตั้งใจทำงานต่อไปนะ ”

กีรติยิ้มให้สาวๆที่แคชเชียร์สองสามคนที่ช่วยคิดเงิน และหันไปโบกมือบอกพวกเธอว่าไม่ต้องช่วยถือของ แล้วเรวัติเองก็เข้ามารับของไปจากมือเขาทันที เรวัติยิ้ม และโค้งทักทายให้สาวๆเช่นกัน ก่อนจะเดินถือข้าวของพะรุงพะรังตามนายน้อยของเขาไปติดๆ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยบางส่วนตามมาสมทบเพื่อช่วยถือของไปส่งทั้งคู่ที่รถ สาวๆที่แคชเชียร์ยังคงเคลิ้มในความหล่อเหลามีเสน่ห์ของกีรติ พวกเธอจับกลุ่มพูดคุยถึงเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“ พี่จิตๆ นั่นนายน้อยของห้างเราใช่ไหมคะ ”

“ อืม ใช่ คนนี้ล่ะนายน้อยกีรติ แหม…ตานี่เยิ้มเลยนะ เพิ่งเคยเจอเธอล่ะสิ ยายมด ”

“ ทำไมถึงได้หล่อขั้นเทพบุตรอย่างนั้นละคะพี่ หล่อแบบ… โอ้ย หนูนี่มือสั่นเลยตอนเธอมารับของไปจากมือน่ะ ”

“ นี่แต่ว่าเพื่อนมด คุณติก็หล่อหรอกนะ แต่คุณผู้ติดตามอีกคนสิ ทั้งเท่ห์ ทั้งขรึม ดูแมนมากๆ ทำไมเขาไม่มาที่นี่กันบ่อยๆละคะพี่จิต มาเดินตรวจงานบ้างก็ได้ พวกเราจะได้มีกำลังใจทำงาน ”

“ พอเลย ทั้งยายมด ทั้งยายแพทเลย จะเพ้ออะไรนักหนาหะ เดี๋ยวคุณเขารู้ว่าพวกแกฝันกลางวันกันมาก ดีไม่ดีจะไม่มาเลยล่ะทีนี้ เพราะรำคาญ ว่าจะว่าตั้งแต่ไปเดินตามดูเธอแล้ว ทำเป็นพวกเด็กวัยรุ่นบ้าดาราไปได้ ”

“ อ่าวพี่ พวกหนูก็ยังวันรุ่นนะ ไม่เหมือนพี่หรอก ลูกก็โตแล้ว แถมยังขี้บ่นอีก ”

“ หนอย ยายพวกนี้ วอนโดนดีแล้วไหมล่ะ ”

“ เอะอะอะไรกันน่ะ ” หญิงสาวร่างสูงระหง หน้าตาสวยคม แต่งตัวดูภูมิฐาน เดินมาตำหนิพวกสาวๆที่คุยกันไม่เลิก

“ คุณศศิกานต์! ” พวกสาวๆ เงียบลงโดยพลัน พากันยืนตัวแข็งหลบสายตาคมสวยดุจเหยี่ยวที่มองจ้องมา

“ ถ้ามีเวลาว่างมานั่งพูดคุยกันเรื่องไร้สาระ ศิว่าพวกคุณเอาเวลาไปดูแลลูกค้าคนอื่นๆดีกว่านะคะ ”

“ ขอโทษด้วยค่ะ คุณศศิกานต์ เพราะดิฉันดูแลลูกน้องไม่ดีเอง ”

“ ไม่ต้องแก้ตัวแทนกันค่ะ ศิรู้ว่าคุณสุจิตราน่ะใจดี แต่ถ้าใจดีมากไป จะไม่มีใครเคารพกฎระเบียบนะคะ ”

“ ขอโทษค่ะคุณศิ พวกเราผิดเองค่ะ เดี๋ยวมด กับ แพทขอตัวไปทำงานต่อนะคะ ” แล้วสาวๆก็สลายตัวหายไป หญิงสาวที่ชื่อศศิกานต์ ยังคงยืนอยู่หน้าเคาเตอร์แคชเชียร์ที่กีรติเพิ่งซื้อของแล้วเดินออกไป

“ พี่จะหนีศิไปได้กี่ครั้งกัน พี่กีรติ ”

เธอเหม่อมองไปในทิศทางที่ชายหนุ่มเดินหายไป สายตาอันเย็นชาของเธอยากจะอ่านออกได้ว่าเธอคิดอ่านอะไรในใจ หญิงสาวยิ้มที่มุมปาก มองดูแล้วทั้งยั่วยวน และเยือกเย็น แล้วเธอก็หันเดินกลับไปยังทางไปสำนักงานบริหารของห้าง

ติดตามตอนต่อไป…

One Trackback/Pingback

  1. โดย Juliet’s World « Anotherjuliet’s Weblog เมื่อ 05 ก.ค. 2009 เวลา 2:00 pm

    [...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 9 [...]

เขียนความคิดเห็น

*
*