ณ ผับใหญ่แห่งหนึ่ง
“ หมดแก้วเว้ย หมดแก้ว ”
“ พี่ตี๋ พอแล้วครับ เดี๋ยวผมเมา ”
“เอ๊า… ไม่เมาก็ไม่มันส์สิวะ ไม่เป็นไรน่านานๆที ”
“ แต่ว่า ถ้าเมา ผมก็กลับบ้านลำบากสิฮะพี่ ”
“ อะไรวะนิก เอ็งจะมากลัวอะไรเล่า ไอ้เมฆน่ะมันเอารถมา เมาแล้วก็ให้ไอ้เมฆมันไปส่งสิ จริงไหมวะไอ้เมฆ ”
“ ของมันแน่อยู่แล้ว จะส่งถึงหน้าประตูบ้านเลยยังได้ นี่ รู้ไหมฉันดีใจนะ ที่นายมาได้ นายรู้ไหม ตั้งแต่ที่นายหายไปเดือนนึง ฉัน… พวกเราเป็นกังวลกันมาก แต่ก็ไม่รู้จะติดต่อ จะช่วยเหลือนายยังไง แต่ก็คิดว่านายคงอยากมีเวลาอยู่คนเดียว หลังจากที่เกิดอะไรขึ้นมากมาย คงยังไม่อยากเจอใคร แล้วพอกลับมา นายก็ไม่เคยได้ไปเที่ยว ไปไหนต่อไหนกับพวกเราอีกเลย นายจะรีบดิ่งกลับไปพร้อมกับพี่ชายรูปหล่อคนนั้นทุกที จนฉันกำลังคิดว่านายจะยิ่งห่างพวกเราไปเรื่อยๆ ”
“ ฉันก็อยู่นี่แล้วไง ไม่ได้หายไปไหนซะหน่อย แล้วคุณกีรติเอง ตอนนี้เขาก็เหมือนผู้ปกครองฉัน การที่เขาจะมารับ หรือไม่มา ก็ใช่ว่าฉันจะตัดสินใจเองได้ ก็เหมือนว่าฉันเองก็ต้องให้เกียรติเขาในฐานะผู้ปกครอง เขามาจอดรออยู่แบบนั้นทุกวัน นายคิดว่าฉันควรจะปฏิเสธเขา ซึ่งเป็นผู้ปกครองได้เหรอ ”
“ คำก็ผู้ปกครอง สองคำก็ผู้ปกครอง ถามจริงๆเถอะ เขาเป็นแค่ผู้ปกครองของนายแน่เหรอ ”
“ …ถามอย่างนี้ นายหมายความว่าไง ”
“ เฮ้ยๆ ไม่เป็นแมนเลยนะไอ้เมฆ เซ้าซี้เป็นผู้หญิงไปได้ ไอ้นิกมันบอกมาตั้งกี่รอบแล้วว่า เฮียคนนั้นเขาเป็นคนรู้จักของพ่อ แล้วแกยังจะเอาอะไรอีก เมาแล้วสิเนี่ย “
“ ผมไม่ได้เมานะพี่ตี๋! มานี่นิก วันนี้เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง “
“ จะไปไหนเมฆ… อ้ะ! ” เมฆาฉุดทีเดียวร่างของนิติพลก็ผุดลุกขึ้นจนเกือบลอย แล้วทั้งสองก็พากันลัดเลาะฝูงคนที่เต้นอยู่กลางฟลอร์มุ่งไปทางด้านหลังร้าน ไม่นานทั้งสองก็ค่อยๆถูกคนมากมายเหล่านั้นกลืนหายไป
”อ่าว เฮ่ย แล้วนั่นจะจูงไอ้นิกไปไหนน่ะ เอ้อ… ไอ้สองคนนี้นี่มันตัวทำลายบรรยากาศจริงๆเลยน้า ”
ธีรยุทร เพื่อนรุ่นพี่ของทั้งสองเกาศีรษะอย่างเซ็งๆ แต่แล้วก็ถูกเบนความสนใจ เมื่อเพื่อนคนอื่นๆสะกิดให้มองไปยังบรรดาสาวๆมากมายที่ยักย้ายส่ายสะโพกอยู่ใกล้โต๊ะ ไม่นานเขาก็ลืมไปว่ามีนิติพล และเมฆามางานนี้ด้วย
เมฆาฉุดกระชากลากนิติพลมาที่หลังร้าน เขาผลักนิติพลติดกำแพง แล้วใช้แขนทั้งสองข้างกั้นร่างหนุ่มน้อยไว้
“ นิก ฟังนะ ฉัน ไม่ได้เมา ที่ถามไปทั้งหมด ก็เพราะอยากรู้จริงๆว่านายเป็นอะไรกับหมอนั่น เราเป็นเพื่อนรักกัน ก็ต้องไม่มีเรื่องปิดบังกันสิ ใช่หรือเปล่าละ พวกเราเป็นเพื่อนกันมาแต่เล็กแล้ว มีอะไรเราก็บอกกันเสมอ นายไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะนิก หรือว่าบอกไม่ได้ เพราะไอ้ขี้เก๊กนั่นมันไม่ให้บอก ”
“ คุณติเป็นเจ้าหนี้ ส่วนฉันเป็นลูกหนี้เขา ฉันอยู่กับเขาเพื่อชดใช้หนี้ แค่นี้ใช่ไหม ที่นายอยากรู้ หลีกไปฉันจะกลับล่ะ ”
“ เดี๋ยว! หมายความว่าไงที่ว่าอยู่กับเขาเพื่อใช้หนี้ ชดใช้ให้ยังไง นิก หนี้มากมายขนาดไหน นายถึงต้องไปทิ้งทั้งชีวิตอยู่กับเขา ต้องทำงานรับใช้ ทำงานหาเงินมาคืน หรือว่าอะไรบอกมาสิ “
“ คุณติไม่เคยเรียกร้องเงินทองจากฉัน เขาแค่ให้เราอยู่ด้วยกัน ”
“ งั้นแล้วทำไมต้องอยู่ล่ะ ถ้าไม่ได้ต้องการเงิน แล้วต้องการอะไร หรือว่า… นี่อย่าบอกนะว่าเขา… ” เมฆาขยุ้มแขนทั้งสองข้าง ยกร่างนิติพลขึ้นจนเท้าเกือบจะลอยพ้นจากพื้น เขาเขย่าร่างนิติพลไปมาเหมือนจะพยายามเค้นความจริงให้ได้
“ …นี่ ฉันเจ็บนะ ปล่อยสิ “
“ ไม่จริงใช่ไหมนิก นี่นายคงไม่ได้ยอมเขาจริงๆใช่ไหม นายถูกบังคับใช่หรือเปล่า บอกมาสินิก ”
“ …ฉัน… “ นิติพลพยายามหลบสายตาอันปวดร้าวของเมฆาที่จ้องมา น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของเขา จนเกือบจะรินไหลอยู่แล้ว
“ ไอ้บ้าเอ๊ย! ”
“ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ นายไม่เห็นต้องมาโมโหอะไรกับเรื่องนี้เลย ทุกอย่างเป็นเรื่องของครอบครัวฉัน เป็นเรื่องที่ฉันตัดสินใจเอง มันเป็นชะตากรรมของฉัน ไม่เกี่ยวกับใคร “
“ นายไม่มีศักดิ์ศรีแล้วหรือยังไง ทำเรื่องน่าอายแบบนั้น มันไม่ต่างอะไรเลยนะกับการขายตัวใช้หนี้ นี่ถ้าเขาบอกให้นายไปตายที่ไหน นายก็ต้องไปเหรอ เพียงเพราะต้องใช้หนี้ นายถึงกับต้องแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง ความเป็นลูกผู้ชายของนายมันหายไปไหนหมด หะ! “
“ ฉันไม่เหลืออะไรแบบนั้นให้ทระนงตัวอีกแล้วล่ะ และนี่ก็เป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว ถ้านายเป็นเพื่อนรักของฉัน เป็นเมฆคนเดิมที่เข้าใจฉันเสมอ ก็ขอให้นายมองเพื่อนคนนี้เป็นคนเดิม เป็นคนที่เคยพึ่งพิงนายเหมือนเดิมแล้วกันนะ ฉันขอร้อง ชีวิตของฉันตอนนี้มันก็ว่างเปล่าพออยู่แล้ว ฉันไม่อยากให้มันยิ่งแย่ไปกว่านี้ นายเป็นคนเดียวที่เคยเข้าใจฉัน และฉันก็หวังให้เป็นเช่นนั้นต่อไป ได้ไหมเมฆ “
“ นิก… ”
ในวินาทีนั้น นิติพลที่ยังมึนงง และไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเมฆาประกบริมฝีปากลงจูบอย่างดูดดื่ม เมื่อเขาได้สติจึงรีบผลักไสเมฆาให้ห่างออกไป
“ เมฆ… นี่นายทำอะไรน่ะ! “
“ ฉันจะรบรอยที่ไอ้ขี้เก๊กนั่นมันทำนาย บอกมาสิว่าเขาทำอะไรนายบ้าง ฉันจะลบมันให้หมดทุกรอย จะทำให้นายเป็นของฉัน แล้วลืมเรื่องเกี่ยวกับเขาไปซะ แล้วหลังจากนี้เราก็ไปเก็บข้าวของของนายออกจากบ้านหมอนั่นกัน นายไปอยู่กับฉันคืนนี้เลยก็ยังได้ ฉันจะทำงานเพิ่ม เราจะรีบช่วยกันเก็บเงินใช้หนี้ นายจะได้หลุดพ้นจากเรื่องบ้าๆนี่ “
“ นี่นายพูดอะไรออกมา เมฆ นายเมาไปแล้วหรือไง “
“ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้เมา ฉันชอบนายมาตลอดเลยนายรู้ไหม นายมันใจร้ายใจดำ ไม่เคยรู้ความสึกของฉันเลย มันเจ็บปวดรู้ไหม ที่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกชอบนายเอาไว้แบบนี้ แต่ฉันจะไม่เก็บซ่อนมันไว้อีกแล้ว ฉันชอบนายนิก “
“ อย่า… เมฆ ปล่อยฉันนะ! ”
“ กริ๊ก ” เสียงของปืนที่บัดนี้จ่ออยู่ที่หัวของเมฆา ทำให้เขาหยุดการกระทำโดยทันที เมื่อนิติพลหันไปมอง เป็นวีระ ที่ยืนถือปืนจ่ออยู่ สีหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนกับคำพูดที่เปล่งออกมา
“ ปล่อยคุณนิกซะ ไม่งั้นผมยิงคุณแน่ ”
“ คุณวีระ! คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ ”
“ นายให้ผมตามมาดูแลคุณนิก ว่าแต่จะให้ผมจัดการกับคนๆนี้ยังไงดีครับ เพราะเขาทำร้ายคุณ ”
“ อย่าครับ คุณวีระ เขาเป็นเพื่อนผม เขาแค่เมามากแค่นั้นเอง ”
“ ฉันไม่ได้เมานะ แล้วนายเป็นใคร… ”
เมฆารู้สึกเย็นวาบขึ้นมา เมื่อแลเห็นชายอีกคนที่เดินเข้ามาอยู่เบื้องหลังชายคนแรก เขาจำหน้าชายผู้นี้ได้ เพราะเคยเห็นเขาที่มหาวิทยาลัยบ่อยๆช่วงตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชายผู้นี้เองคือ เจ้าหนี้หนุ่มของนิติพล ผู้ซึ่งพรากนิติพลไปจากเขา
“ นิกมานี่ ”
“ คุณติ! ”
กีรติออกคำสั่งด้วยเสียงทุ้มนุ่ม แต่เต็มไปด้วยอำนาจ นิติพล ได้สติจึงรีบผละจากเมฆา เดินไปหากีรติ ชั่วพริบตาเดียวเขาก็เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของกีรติ เมฆามองด้วยหัวใจที่ปวดร้าว อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านลุกเป็นไฟ
“ คุณเองใช่ไหม คุณใช่ไหมที่เป็นคนทำเรื่องบ้าๆกับนิก ใช้หนี้บ้าบออะไร คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับนิกเหมือนเป็นสิ่งของนะ ”
“ แล้วนายล่ะเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับคนของคนอื่น ”
“ หนอย คนของคนอื่นงั้นเหรอ นิกไม่ได้เป็นของๆใครทั้งนั้น! “
“ เมฆ พอเถอะ คุณติครับ เขาเป็นเพื่อนผม อย่าให้มีเรื่องกันเลยนะครับ “
“ ฉันควรจะเชื่อเธอเหรอ ทั้งๆที่เธอหนีฉันออกมาแบบนี้ อยากให้ฉันทำอย่างไรกับเธอดีหึ พ่อนิกคนดีของฉัน ”
“ คุณติ… ”
“ ปล่อยนิกนะ นิกจะไม่เป็นทาสคุณอีกแล้ว คุณมันปีศาจหน้าเลือด “
“ หน้าเลือดเหรอ ฉันไม่ได้เอาเงินของนิกเลยสักสตางค์แดงเดียวนะ นิกไม่ได้บอกเหรอ ว่าเราตกลงใช้หนี้กันยังไง “
“ คุณติ อย่าครับ… ”
“ อายเหรอ… ทำไม การที่อยู่กับคนอย่างฉันมันน่ารังเกียจนักหรือยังไง “
“ ใช่สิ คุณมันไม่ใช่คนแล้ว ปล่อยนิกเดี๋ยวนี้เลยนะ ผมไม่กลัวคุณหรอก “
“ เอาไงดีครับนาย ให้ผมยิงปากเขาดีไหม จะได้หยุดพล่าม “
“ คุณติ คุณวีระ อย่าครับ ผมขอนะครับ เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายผม อย่าถือสาเขานะครับ จะให้ผมทำยังไงก็ยอม ผมจะยอมทำตามที่คุณติต้องการทุกอย่างเลยครับ “
“ ทุกอย่างเลยอย่างนั้นเหรอ “
“ เอ๊ะ… ค… ครับ ทุกอย่าง ขอแค่ปล่อยเพื่อนผมไป “
“ อย่านะนิก! อย่าไปยอม ฉันไม่กลัวเขาหรอกนิก นายอย่าให้มันเหยียบย่ำได้อีกนะ ไอ้บ้าคืนนิกมาสิ! ”
“ คืนเหรอ นิกเป็นอะไรกับนาย ฉันถึงต้องคืนให้ นายนี่มันพูดมากจริง ฉันชักจะอารมณ์ไม่ดีแล้วนะ ”
กีรติทำท่าจะควักปืนที่อยู่ใต้สูท แต่นิติพลจับข้อมือห้ามไว้ ส่งสายตาบอกให้กีรติอย่าถือสา กีรติจึงยั้งมือ หันมามองนิติพลด้วยสายตาเย็นชา แล้วก้มลงกระซิบเบาๆว่า
“ ฉันจะไม่ถือสาหมอนี่ก็ได้ เอาล่ะ ฉันจะไปรอนายที่รถ เรามีเรื่องต้องสะสางกัน ” แล้วกีรติก็หันหลังเดินล่วงหน้าไป
“ นิก อย่ากลับไปกับเขานะ ถ้ากลับไปนายจะไม่มีวันเป็นอิสระอีก ”
“ หยุดเถอะ เมฆ พอได้แล้ว ฉันจะไม่พูดกับนายอีก ถ้ายังไม่เลิกทำตัวแบบนี้ “
“ คุณนิกไปกันเถอะครับ ”
“ นิก อย่าเพิ่งไป! “
“ พรุ่งนี้เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะ คืนนี้นายกลับไปพักผ่อนเถอะ ”
เมฆามองดูนิติพล กีรติ และชายชุดดำแปลกหน้าที่ชื่อ วีระ เดินหายไปจากตรอกนั้นด้วยกัน เขาทรุดตัวลงนั่ง เหม่อมองท้องฟ้า สายตาเหม่อลอย ไม่รู้ว่าในใจเขาคิดอะไร
ผมเพิ่งรู้ว่าเวลาคุณติโกรธมากน่ากลัวขนาดไหน ทันทีที่ผมก้าวขึ้นรถ เขาก็คว้าตัวผมลอยขึ้นไปนั่งบนตัก จูบของเขารุนแรง จนผมรู้สึกเจ็บและต้องเบี่ยงหน้าหนี ผมทนจนคิดว่าทนไม่ไหวแล้วจึงได้ตัดสินใจตบหน้าเขาไปเต็มแรง วินาทีนั้นผมจึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกลัวมากจนร่างกายสั่นเทา น้ำตาไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว มือที่ตบหน้าคุณติเริ่มชา และต่อมาก็เจ็บ คุณติหยุดทำรุนแรงกับผมทันทีเมื่อเห็นว่าผมตัวสั่นเป็นลูกนก เขาโอบกอดผมไว้จนแน่น ใบหน้าของเขาซุกอยู่ที่อกผม ลมหายใจร้อนๆของเขาทำให้ผมค่อยๆหายสั่น แล้วผมได้ยินคำพูดที่ทำให้ผมเกือบหยุดหายใจจากเขา
“ ฉันรักนายนะ รู้หรือเปล่า ”
“ คุณติ…ว่าอะไรนะครับ ”
“ ฉันบอกว่าฉันรักนาย ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก อย่าทำให้ฉันเป็นห่วง อย่าให้ถูกใครทำร้าย เธออยากไปไหนขอให้บอกฉัน ฉันจะไม่ขัดขวาง ไม่ห้ามเลย ฉันจะให้วีระขับพาเธอไป อยากไปไหน ทำอะไรก็ตามใจเธอ ฉันไม่ได้กักขัง หรือรั้งเธอให้อยู่กับฉันตลอด ขอเพียงให้เธอบอกฉัน อย่าไปโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้อีก ”
“ …ข… ขอโทษครับ ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร ที่ตัดสินใจไปเพราะผมรู้สึกเหงาๆ อีกอย่างก็ไปกับเพื่อนๆที่สนิทๆกันทั้งนั้น เรามักไปเที่ยวเล่นกันหลังเลิกเรียนเหมือนเมื่อก่อน ผมไม่ได้ไปไหนมาไหนนานแล้ว ตั้งแต่ครอบครัวผมเสีย ”
“ เพื่อนเธอคนนั้น เขาต้องการเธอนะ เขาปรารถนาอยากได้เธอ เธอจะบอกว่าไม่เป็นอะไรได้ยังไง ”
“ เมฆกับผม เราเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่มีเรื่องทำนองนั้นแน่นอน ”
“ แต่ฉันเห็นเขาจูบเธอ ”
“ … คงเป็นเพราะเขาเมามากครับ ”
“ เขายืนยันว่าไม่ได้เมา แล้วยังให้ฉันคืนเธอให้เขาอีก เขาเป็นคนรักของเธออย่างนั้นเหรอ ”
“ เปล่านะครับ จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง คุณก็น่าจะรู้ เพราะคุณเองก็เป็นคนแรกที่… ผมกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันครับ คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ ”
“ อยู่ห่างๆเขาไว้นะรู้ไหม ฉันไม่สบายใจเลยที่เขาจะมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอ “
“ เมฆาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรนะครับ ผมกับเขารู้จักกันตั้งแต่จำความได้ แล้วตั้งแต่รู้จักกันมา เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่เข้าใจผมมากที่สุด เขาไม่ทำร้ายผมหรอกครับ คุณติไม่ต้องกังวลไป แล้วผมก็จะไม่ไปไหนด้วย เรามีสัญญาต่อกันที่จะต้องชดใช้หนี้ให้คุณจนหมด ”
“ ทำไมเธอจะต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดทุกครั้ง ฉันมันหน้าเลือดเหมือนที่ไอ้หมอนั่นพูดหรือไง ”
“ คุณไม่ได้หน้าเลือด แต่ผมพูดตามความเป็นจริง ระหว่างเรา มีเรื่องหนี้ที่ทำให้ผมอยู่กับคุณในตอนนี้ ส่วนเมฆเองก็คงไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณด้วย เขาไม่รู้จักคุณ เขาไม่รู้เรื่องระหว่างเรา ”
“ รู้สึกเธอจะเข้าข้างเขาเหลือเกินนะ แก้ตัวให้กันทุกประโยคทุกคำ แต่กับฉัน เธอไม่เคยคิดจะเข้าใจ ไม่เคยคิดอยากจะทำความรู้จัก ทำให้เราสองคนสนิทสนมกันขึ้นมาบ้างเลย ฉันอิจฉาเขานะรู้ไหม ฉันควรทำตัวอย่างไร ต้องทำยังไง เธอถึงจะเห็นใจฉันบ้าง ”
“ คุณติ… ”
“ ฉันเคยคิดว่าจะรอจนกว่าเธอจะยอมรับฉัน จนกว่าเราจะรักกัน แต่วันนี้ฉันจะไม่อดทนแล้ว ในเมื่อมีคนอื่นที่อยากได้เธอเหมือนกัน ฉันก็จะต้องทำให้เธอเป็นของฉัน เป็นของฉันคนเดียวคืนนี้เลย ฉันจะไม่ยอมยกเธอให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น! ”
“ คุณติ… ”
วินาทีนั้น ผมก็รู้ตัวแล้วว่า ค่ำคืนนี้ผมไม่สามารถหนีเงื้อมมืออสูรของเขาไปได้ เมื่อเรามาถึงคอนโด คุณติโอบไหล่ผมเดินชิดติดกับเขาตั้งแต่ที่ลิฟท์ ไปจนถึงห้องนอน พอเขาปิดประตูลง ผมที่ยืนอยู่หน้าเตียงก็เริ่มตัวสั่นอีกครั้ง ร่างกายเหมือนจะหมดเรี่ยวแรง อยากจะเป็นลมเป็นเสียเดี๋ยวนั้น คุณติเข้ามายืนเบียดที่ด้านหลังผม ผมยืนหลับตานิ่ง จินตนาการว่าต่อไปจะโดนทำอะไรบ้าง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อคุณติเดินผละไปนั่งที่ข้างเตียง เขาก้มลงเอามือทั้งสองปิดหน้าไว้ เหมือนผมจะได้ยินเสียงเขาสะอื้น เขากำลังร้องไห้
ผมเดินเขาไปหาเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ พอนั่งลงตรงหน้า คุณติก็คว้าร่างผมเขาไปกอด
“ คุณติ… ”
“ ฉันขอโทษนะ ถึงปากฉันจะบอกว่ารักเธอ แต่ฉันกลับทำให้เธอกลัวได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่พยายามห้ามตัวเองแล้ว ว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ไม่ทำให้เธอต้องร้องไห้ แต่จนแล้วจนรอดฉันก็ทำไม่ได้ แถมเป็นฉันเองที่ทำเธอเจ็บช้ำน้ำใจอยู่เสมอ ฉันนี่มันไม่เอาไหนเลย ”
“ อย่าพูดอย่างนั้นสิครับคุณติ คือผมเองก็ผิด ที่ไปโดยไม่ได้ขออนุญาตคุณติก่อน ทำให้คุณติต้องเป็นห่วง ผมขอโทษครับ ”
“ เธอไม่ต้องขอโทษฉันหรอก เพราะฉันกำลังจะขอให้เธอยกโทษให้คนต่ำช้าอย่างฉัน ที่ทำให้เธอต้องหวาดกลัว เธอพอจะให้อภัยผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนี้อีกสักครั้งได้ไหม ฉันสัญญา ว่าต่อไปนี้ ฉันจะคอยปกป้องเธอ จะไม่ทำให้เธอต้องกลัว ต้องเสียใจอีกต่อไป ยกโทษให้ฉันนะนิก ”
“ ผม… ผมไม่ได้โกรธคุณติเลยครับ และไม่เคยคิดจะโกรธด้วย เพียงแต่บางครั้งผมก็ห้ามตัวเองไม่ให้กลัวคุณติไม่ได้ ผมเองก็อยากจะให้เราเข้าใจกันมากกว่านี้ ผมอยากให้เราทั้งคู่รู้จักกันให้มากขึ้น เพราะเราก็อยู่ด้วยกันแล้ว ผมรู้สึกเหงา และว้าเหว่มากตั้งแต่ครอบครัวผมจากไป ผมไม่เคยอยู่กับใครมาก่อนนอกจากครอบครัวของตัวเอง ตอนนี้ก็เหมือนมีคุณติเพียงคนเดียวที่เป็นที่พึ่งของผม แต่ก็ยอมรับว่าผมเองไม่มีความกล้าพอที่จะถาม จะพูดคุยกับคุณติ ผมยังกลัวมาตลอด ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น ผมขอโทษจริงๆฮะ ผมจะพยายาม… ”
“ โธ่ เด็กน้อย ทั้งหมดเป็นเพราะฉันเองสินะ ฉันขอโทษ จะตบหน้าฉันอีกซักร้อยทีพันทีก็ได้ ถ้ามันจะช่วยทำให้เธอหายกลัวฉัน ฉะนั้นต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวนะ อยากรู้อะไร อยากถามอะไร ก็ขอให้ถามฉันตรงๆ นิกคนดี หัวใจของฉันอยู่ที่เธอนะ ฉันก็เป็นของเธอ ฉันมอบให้เธอได้หมด แม้ชีวิตของฉันเอง ไม่ว่าเธออยากได้อะไร อยากทำอะไร ฉันยอมทุกอย่าง รู้ตัวไว้เลยนะ ว่าเป็นเธอเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวในชีวิตฉัน ”
“ ถ้าอย่างนั้น… ผมขอถามอย่างหนึ่งเลยได้ไหมครับ ”
“ ถามมาสิ ฉันจะตอบเธอทุกอย่างเลย ”
“ คือว่า… คุณติรักผมจริงๆเหรอครับ แบบผู้หญิงรักผู้ชาย รักแบบคู่รักกัน รักของคุณติเป็นแบบไหนครับ ”
คุณติยิ้ม น้ำตาที่เคยไหล บัดนี้เหือดแห้งไปหมดแล้ว เขาโอบกอดผมไว้แน่น ริมฝีปากของเขาจรดอยู่ที่หูของผม
“ ฉันรักเธอ แบบที่คนๆหนึ่งจะรักอีกคนจนหมดหัวใจได้ ฉันรักเธอมากกว่าชีวิตของฉันเอง และจะรักเธอคนเดียวตลอดไป ”
คำพูดของคุณติเหมือนบทเพลงรักที่แสนหวาน ฟังแล้วทำให้หัวใจที่อ่อนล้า ปางตาย กลับเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“ แล้วเธอล่ะ จะรับรักผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้หรือเปล่า ”
“ ผม… ผมไม่รู้เหมือนกันครับ ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไง ตอนนี้ผมสับสนไปหมดแล้ว รู้แต่ว่าหัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆเลย นี่จะเป็นเพราะผมรักคุณติเหมือนกันหรือเปล่าครับ ”
“ เธอยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้ เอาไว้เธอแน่ใจเมื่อไหร่ ก็ค่อยบอกว่าเธอรักฉันหรือเปล่าก็แล้วกัน ฉันจะรอฟังคำนั้นจากเธอ เราสองคนไม่ต้องรีบร้อนหรอก เราต้องให้เวลากันทั้งสองฝ่าย ฉันจะให้เธอรู้จักตัวตนของฉันให้มากกว่านี้ และฉันก็จะทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้ ทั้งตัว และหัวใจของเธอ ”
คุณติค่อยๆช้อนร่างผมขึ้นไปวางบนเตียงอย่างระมัดระวัง เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์นี้อีกครั้ง ก็ดูเหมือนจะช่วยไม่ได้เลยที่ร่างของผมจะเริ่มสั่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ คุณติก้มลงจูบผมที่หน้าผาก และไล่มาที่แก้ม สัมผัสนั้นแผ่วเบาอ่อนโยนต่างจากทุกครั้ง มือของเขาโอบประคองใบหน้าทั้งสองของผม แล้วบรรจงประทับจูบลงที่ริมฝีปาก คุณติเช็ดรอยน้ำตาที่ดวงตาทั้งสองข้างของผมด้วยริมฝีปากของเขาจนแห้งเหือดไป เขาทำซ้ำๆกันอยู่อย่างนั้น จนร่างกายของผมค่อยๆหายสั่น
“ ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว คืนนี้ฉันจะทำให้เป็นคืนที่แสนวิเศษของเราทั้งสองคน ฉันจะทำให้เธอลืมเรื่องร้ายๆในตอนนั้น และจดจำแต่เรื่องราวในคืนนี้ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นนะ ทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง ”
“ คุณติ… ”
“ หืม… ”
“ ช่วยกอดผมเบาๆนะครับ… ”
“ ได้สิ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเจ็บ อย่ากลัวไปเลยนะ ”
คุณติอ่อนโยนกับผมเหลือเกิน เขาทั้งปลอบ ทั้งจูบอย่างอ่อนโยน พอผมเริ่มสั่นกลัวเขาก็หยุด แล้วก็เริ่มปลอบผมใหม่ เราทำซ้ำกันอยู่แบบนั้น จนผมแน่ใจว่าพร้อมแล้ว จึงรวบรวมความกล้าบอกคุณติไปว่า
“ คุณติครับ… เข้า… คุณติเข้ามาในตัวผมเถอะครับ ”
“ เธอแน่ใจแล้วเหรอ ฉันไม่อยากทำให้เธอเจ็บ “
“ ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณติกอดผมไว้แบบนี้ ผมคิดว่าคงไม่เป็นไรครับ ”
“ …นิก… งั้นเธอไม่ต้องเกร็งนะ ทำตัวตามสบาย ถ้าเจ็บก็บอก ฉันจะไม่บังคับฝืนใจเธอ ”
“ ครับ คุณติ… อา… ”
คุณติค่อยๆเลื่อนกายมาทาบทับผม ไอร้อนจากร่างคุณติแผ่เข้ามาจนทั่วร่างของผม รู้สึกเหมือนร่างของเราทั้งสองกำลังจะหลอมละลายเข้าด้วยกัน เขาค่อยๆเคลื่อนตัวช้าๆ เหมือนจะให้แน่ใจว่าผมจะไม่เจ็บ ตลอดเวลาที่เราร่วมรักกัน คุณติมองผมไม่ละสายตา ดวงตาคู่นั้นของเขาสะกดผมเอาไว้ได้ หลายครั้งที่ผมเผลอคลางออกมา จะด้วยความสุขสม หรือเจ็บปวดก็ตามที คุณติจะก้มลงจูบผมแผ่วเบา เหมือนจะพยายามเยียวยาความเจ็บปวดให้ เหงื่อของเขากับผม ไหลรวมกัน เสียงผืนผ้าที่เสียดสีร่างของเรา ลมหายใจร้อนๆที่ปะทะกัน และเสียงของคุณติที่คอยกระซิบปลอบโยน ทำให้ในหัวของผม ค่อยๆโล่งขึ้นเรื่อยๆ คุณติค่อยๆเร่งจังหวะเคลื่อนกายเร็วขึ้น เมื่ออารมณ์ของเราทั้งสองขึ้นถึงขีดสุด
“ คุณติครับ… อา… ผม ร้อนไปหมดแล้วฮะ “
“ นิก อยู่กับฉันนะ เราจะมีความสุขด้วยกัน ฉันจะทำให้เธอจดจำฉันไว้ตลอดไป ให้เธอนึกถึงฉันเสมอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน กับใคร อา..! ”
“ คุณติ! ”
“ นิก! ”
และในที่สุดความอบอุ่น และหอมหวานของรสรัก ก็ไหลรินผ่านร่างของเราทั้งสองคน ตอนนั้นเหมือนความเครียด และความกดดันที่ผมเคยมี ได้มลายหายไปในทันใด คุณติกอดผมไว้แน่นเมื่อยามที่เราปลดปล่อยพร้อมกัน ก่อนที่คุณติจะทิ้งตัวลงนอนแนบข้างผม เขาเหนื่อยหอบ แต่ยังคงลืมตามองมาที่ผม ผมจึงตะแคงข้างหันไปมอง แล้วก็เห็นว่าแก้มข้างซ้ายของคุณติแดงช้ำขึ้น ผมจึงนึกได้ว่าคงเป็นเพราะแรงที่ผมตบหน้าของเขาไปก่อนหน้านี้ ผมจึงเอื้อมมือไปแตะแก้มข้างนั้น
“ ผมขอโทษนะครับ คุณเจ็บหรือเปล่า “ คุณติดึงมือข้างนั้นไปจูบ
“ ไม่เลย ไม่เจ็บสักนิด… อย่ากังวลไปเลย แล้วเธอ ไม่เป็นไรใช่ไหม “
“ ครับ… ผมไม่เป็นไร “
“ คราวนี้ ฉันทำให้เธอมีความสุขได้หรือเปล่า “
“ … มันก็ ไม่น่ากลัวเหมือนครั้งแรกครับ ผมรู้สึกดี ขอบคุณครับที่เป็นห่วง “
“ ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจ มาสิมานอนใกล้ๆฉัน “
ผมค่อยๆซุกกายอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“ หลับซะเถอะนะ นิกคนดีของฉัน ”
สุดท้ายผมก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
จนบัดนี้ ผมก็ยังจำเหตุการณ์คืนนั้นได้แม่นยำ เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าการที่คนสองคนผูกพันกันลึกซึ้งนั้น มันรู้สึกดีมากมายแค่ไหน เขาไม่รุนแรงกับผมเหมือนครั้งแรกที่เรามีอะไรกัน ทุกสัมผัสของเขานุ่มนวล เสียงของเขาปลอบประโลมให้ลืมความเจ็บปวด และความอ่อนโยนของเขาคว้าหัวใจผมไว้ได้ทั้งดวง แต่ถึงตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ผมไม่กล้าเรียกมันว่าความสุขด้วยซ้ำ เพราะว่าในตอนนั้น ผมไม่รู้ว่าผมรักคุณติหรือเปล่า และด้วยความที่รู้ตัวช้า ผมจึงต้องมาเสียใจในวันนี้ วันที่คุณติไม่ได้อยู่เคียงข้างผมเช่นตอนนั้น…
เช้าวันรุ่งขึ้นกีรติตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวในชุดใหม่ ดูภูมิฐาน เขาเดินมานั่งบนเตียงมองดูร่างของนิติพลที่นอนหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กีรติรู้สึกโล่งใจว่า ในที่สุดอย่างน้อย เขาก็ได้ไขกุญแจใจ เข้าไปใกล้กับความจริงที่จะคว้าใจหนุ่มน้อยคนนี้ได้แล้ว เขายิ้มให้กับความสุขที่อยู่ตรงหน้า และเมื่อเจ้าตัวลืมตาตื่น เขาก็ก้มลงจุมพิตที่หน้าผาก ต้อนรับเช้าวันใหม่ที่สดใสของทั้งเขา และนิติพล
“ อรุณสวัสดิ์ หนุ่มน้อย “ คุณติจูบริมฝีปากของผมเบาๆ ผมจึงค่อยๆเริ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“ อรุณสวัสดิ์ฮะ… นี่กี่โมงแล้วครับ ”
“ เกือบเจ็ดโมงแล้วล่ะ ”
“ เจ็ดโมง! แย่แล้ว วันนี้ผมมีเรียนตอนสิบเอ็ดโมงด้วยสิครับ รายงานก็ยังไม่ได้ทำเลย แย่แล้วๆทำยังไงดี … ”
“ ไม่ต้องเครียดไปหรอกน่า เดี๋ยวฉันจะช่วยเธอทำรายงานเอง ”
แล้วเราก็สวมกอดกัน วินาทีนั้นผมรู้สึกอบอุ่นจนไม่อยากออกจากอ้อมแขนนั้นเลย
พอผมอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ ผมก็เห็นคุณติทำอาหารเช้ามาวางไว้น่าทานมาก ผมนั่งลงตรงข้ามคุณติที่นั่งรออยู่แล้ว และเริ่มทานอาหารเช้าอย่างหิวโหย
“ อร่อยหรือเปล่า ”
“ มากๆเลยครับ อ่อ ว่าแต่คุณติไม่ต้องไปทำงานเหรอครับ สายป่านนี้แล้ว ”
“ ฉันจะอยู่ช่วยเธอทำรายงานจนเสร็จ แล้วส่งเธอที่มหาวิทยาลัย ที่เธอไม่ได้ทำรายงาน ส่วนหนึ่งก็เพราะฉัน ดังนั้นฉันจะรับผิดชอบช่วยเธอทำงานนี้ให้เสร็จ “
“ คุณติทำแบบนี้บ่อยๆ ผมจะได้ใจนะครับ ”
“ ถ้ามันจะทำให้เธอทั้งรัก ทั้งหลงฉัน จะให้ตามใจเธอมากกว่านี้ก็ย่อมได้ ”
ผมเพิ่งสังเกตว่า คุณติ ไม่ได้เรียกผมว่า นาย เหมือนทุกทีแล้ว เขาเรียกผมว่า เธอ ซึ่งทำให้ผมเริ่มอายขึ้นมา
“ คุณติครับ ”
“ ว่าไง ”
“ คุณติ เรียก ผมว่า เธอ เหรอครับ ”
“ เอ๋… อ่อ ก็ คือมันเป็นไปเองน่ะ เธอไม่ชอบให้เรียกแบบนี้เหรอ ”
“ เปล่าครับเปล่า เพียงแต่ฟังแล้ว ผมเขินก็เท่านั้นเองครับ ”
“ ฮ่าๆ… ถ้าอย่างนั้น ถ้าฉันเรียกเธออย่างเมื่อคืน เธอจะยิ่งโกรธฉันหรือเปล่า ”
แล้วทันใดนั้น ผมก็นึกถึงคำที่คุณติเรียกผมตอนเรากอดกันขึ้นมาทันที “ นิกคนดี ” แล้วผมก็พลันหน้าแดง ด้วยเพราะเขิน
“ … ไม่เป็นไรครับ คุณติอยากจะเรียกผมอย่างไรก็เรียกเถอะครับ ”
“ ฉันอยากเรียกชื่อที่เธอชอบ บอกมาสิว่าอยากให้เรียกแบบไหน “
“ … เรียก เธอ ก็ดีแล้วครับ ผมรู้สึกดีที่คุณติเรียกผมแบบนั้น มันฝั่งดูอบอุ่นดี เหมือนเราใกล้ชิดกันมากขึ้น “
“ ได้สิ ฉันตามใจเธอทุกอย่าง งั้นเรามารีบกินข้าวกันเถอะ เรายังมีหลายอย่างต้องทำ “
“ คุณติครับ “
“ หืม “
“ ผม… ผมชอบคุณติครับ… ตอนนี้ผมคงบอกได้เท่านี้ ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆผมชอบที่เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ วันหนึ่งข้างหน้า ผมแน่ใจว่าผมจะรักคุณติได้ ถ้าคุณติจะรอผม “
คุณติเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ เขากุมมือผมไว้แน่น เหมือนพยายามจะให้แน่ใจว่ามือที่จำอยู่นั้น เป็นมือของผมจริงๆ
“ ไม่ว่านานแค่ไหนฉันก็จะรอ ทั้งชีวิตฉันก็มีแต่เธออยู่แล้ว ตอนนี้แค่เธอเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้าง ฉันก็สุขใจมากแล้วล่ะ
… นิก ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ “
ติดตามตอนต่อไป…
One Trackback/Pingback
[...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 8 [...]