ความสัมพันธ์

ตอนเย็นหลังจากที่ผมเรียนเสร็จแล้ว โดยปกติผมเคยไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่กับเพื่อนๆจนเย็นค่ำ แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ชีวิตของผมเหมือนกลับจากซ้ายเป็นขวา หน้าเป็นหลัง เพราะผู้ชายคนหนึ่ง

“ เฮ้ย… ซีดีใหม่ออกเพียบเลยวันนี้ เฮียมุ้งบอกว่าถ้าไม่อยากไปแย่งกับคนอื่น ให้รีบไปเร็วๆ ใครสนใจไปกะข้ามั่งวะ “

“ เราขอตัวคนนึงนะเมฆ ”

“ วันนี้ก็จะกลับเร็วเหรอนิก “

“ อืม… พวกนายไปกันเถอะ เอาไว้คราวหน้านะ ”

“ ทำไมล่ะ พ่อเลี้ยงจะมารับอีกหรือไง “

“ บอกแล้วไง ว่าเขาไม่ใช่พ่อเลี้ยง เขาเป็นคนรู้จักของพ่อ ก็เท่านั้น “

“ แต่ฉันว่าไม่ใช่แค่นั้นละม้าง หรือพี่ตี๋ว่าไงฮะ “

“ เอ็งก็จะไปคาดคั้นอะไรเอากับไอ้นิกมัน มันบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ เอ็งจะไปสงสัยอะไรนักหนา ไปๆ จะรีบไปไม่ใช่เหรอ ”

“ แหม… ผมก็แหย่ไปงั้นเอง เอาเฮอะ งั้นไว้จะดูแผ่นเพลงแจ่มๆมาฝากแล้วกัน แต่ว่าถ้านายจะเปลี่ยนใจก็โทรมานะ  ฝากความระลึกถึง พี่ชายรูปหล่อคนนั้นด้วยล่ะเพื่อน “

“ อ่าวๆ ไอ้เมฆ จะหยุดพล่ามได้หรือยัง เอ๊ะ ไอ้นี่นี่ ไปได้แล้ว… นิก งั้นพี่ไปนะ ไว้พรุ่งนี้เจอกัน “

“ อืม… ”

ผมกำลังเผชิญกับช่วงที่ลำบากใจสุดๆ หลังจากที่เพิ่งดีใจสุดๆที่ได้กลับมาเรียนอีกครั้ง แต่ปัญหาที่ตามมา ก็น่าปวดหัวไม่แพ้กัน เรื่องก็คือว่า ผมไม่เคยได้มีโอกาสได้อธิบายเรื่องราวต่างๆให้กับเพื่อนผมฟังเลยตลอดหนึ่งเดือนเศษที่ผมไม่ได้เข้าเรียน เพราะเรื่องการจากไปของครอบครัว ผมปิดตัวเองอยู่กับบ้าน ไม่ยอมติดต่อใคร และไม่ยอมให้ใครติดต่อ มีเพียงคุณติที่เป็นคนฉุดผมออกมาจากโลกที่ผมสร้างขึ้นเองอีกครั้ง และเรื่องก็ดำเนินมาจนตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแล้ว จะด้วยฐานะอะไรก็ยากจะอธิบายขยายความได้ แต่เอาเป็นว่าง่ายๆคือ เขาเป็นเจ้าหนี้ ส่วนผมเป็นลูกหนี้ เขาสั่งอะไรผมก็ทำตาม ในความคิดของผม อยากให้เป็นแค่นั้น แต่ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ของเราเลยเถิดไปไกลกว่าที่คิดมากมาย ทั้งเรื่องการดูแลผมมากจนเกินเหตุของคุณติ และเรื่องบนเตียง แม้ตอนแรกจะเริ่มมาจากการที่เขาบังคับผม จนเรามีความสัมพันธ์ทางกายกัน แต่หลังๆมานี้ พอเขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรง หรือล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายผม ก็กลายเป็นว่า เราต่างคนต่างก็พอใจช่วยให้อีกฝ่ายมีความสุข จะด้วยวิธีอะไรบ้างผมคงไม่ต้องแจกแจง แต่เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมเหมือนจะตกลงไปในหลุมที่ลึกมากๆ ตกลงไปเรื่อยๆ เป็นหลุมที่คุณติสร้างขึ้น และดูท่าว่าเขาจะไม่ปล่อยมือที่กำลังฉุดผมให้ลงไปในหลุมนั้นด้วยกันเป็นแน่ เรื่องราวเหล่านี้ผมไม่คิดจะบอกใคร และก็ไม่มีใครที่ผมจะไว้ใจพอที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังได้ จึงทำให้มีการระแวงสงสัยจากเพื่อนๆรอบตัวผม จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไร ในเมื่อการที่ผู้ชายสองคนที่ไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดแต่อย่างไรอาศัยอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกัน แถมคนหนึ่งถูกปฏิบัติเหมือนเป็นสมบัติของอีกคนก็ไม่ปาน จะลุกนั่งทำอะไร ก็จะต้องอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายเสมอ ผมตกเป็นเป้าสายตาทันทีที่กลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง ด้วยที่ทุกคนรู้ว่าคุณติเป็นคนมาดำเนินการจัดการทุกอย่างให้ผมเข้าเรียนต่อ มิหนำซ้ำยังมารับมาส่งที่มหาวิทยาลัยทุกวัน ลำพังที่เขาจัดการเรื่องเรียนให้ก็เด่นพออยู่แล้ว นี่ยังมาจอดรถคันหรู รอรับผมในมหาวิทยาลัยทุกวันอย่างนี้ มันยิ่งทำให้เราสองคนยิ่งเด่นเข้าไปใหญ่น่ะสิ

“ สวัสดีครับ คุณติ “ ผมก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้างคุณติบนเบาะหลัง สายตาก็สอดส่อง มองว่ารอบๆมีคนรู้จักอยู่ด้านนอกรถบ้างหรือเปล่า

“ มองหาใครอยู่เหรอ ”

“ ป… เปล่าครับ ก็มองไปตามเรื่อง “

“ เรียนเป็นไงบ้างล่ะวันนี้ เล่าให้ฉันฟังสิ ”

“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมพอจะตามทันเพื่อนแล้ว แต่ว่าเพราะขาดเรียนไปนาน อาจารย์เลยให้ทำรายงานส่งเพื่อเป็นคะแนนเก็บน่ะครับ ”

“ งั้นวันนี้ก็คงจะต้องอยู่ดึกทำรายงานสินะ ” 

“ ก็คงอย่างนั้นแหละครับ แล้วงานของคุณติเป็นยังไงบ้างล่ะครับ ”

“ ก็ยุ่งเหมือนทุกวันนั่นแหละ อ่อ วันนี้เดี๋ยวนายอาจจะต้องกินข้าวคนเดียวนะ หลังจากส่งนายแล้ว ฉันต้องกลับไปออฟฟิศ คงจะกลับมืดเสียหน่อย นายอยู่คนเดียวได้ไหม ”

“ ได้ครับ ว่าแต่ ไม่มีอะไรให้ผมช่วยเหรอ ถ้าผมช่วยอะไรได้ก็บอกนะครับ มีกันหลายคนจะช่วยทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น ”

คุณติยิ้ม เขาเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเบาๆ ก่อนตอบว่า

“ ขอบใจนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ลำพังพวกฉันเองก็พอจะสะสางได้ นายกลับไปทำรายงานเถอะ ไม่ต้องห่วง พอฉันกลับไป ฉันอาจจะอ้อนขอให้นายช่วยเรื่องอื่นแทน ”

“ … ”

“ ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า ฉันรู้ว่าหลายวันมานี้นายก็นอนไม่ค่อยเต็มอิ่มนัก ต้องมานั่งหลับนกบนรถทุกเช้า วันนี้ฉันสัญญาว่าจะไม่เกเร ฉันจะไม่กวนนาย จะให้นายหลับสบายๆสักคืน โอเคนะ”

“ คุณติก็พูดเล่นเสียเรื่อยเลย ผมอยากช่วยจริงๆนะครับ เอ่อ… ผมหมายถึงงาน ส่วนเรื่องอื่นถ้าไม่ต้องช่วยเลยได้ก็ดี ”

“ หืม…? ทำไม นายไม่ชอบงั้นเหรอ ”

“ ไม่ใช่ไม่ชอบฮะ แต่ว่า… ”

“ แต่ว่าอะไร ”

“ เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ยังไงผมก็ยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้ ”

“ เรื่องแบบนี้ไม่มีแบ่งแยกเพศหรอกนะ ไม่ได้เป็นเรื่องผิดด้วย โลกเรามีเรื่องนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวดเราแล้ว รู้หรือเปล่า ”

“ ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ… แต่ว่า การทำเรื่องอย่างนี้กับคนที่ไม่ได้รักกัน ผม… 

ผมเห็นคุณติเปลี่ยนสีหน้าในวินาทีนั้นเลย เขาส่งสายตาเย็นชามาที่ผม จนรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งร่าง

“ งั้นนายก็กำลังจะบอกว่า ฉันทำกับใครก็ได้ โดยที่ฉันไม่ได้รักอย่างนั้นเหรอ ”

“ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่เรื่องแบบนี้ มันต้องมาจากความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เหรอครับ แล้ว การที่เราเป็นผู้ชายทั้งคู่ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงนอกเหนือจากนี้ ”

“ ฮึ… แปลกนะที่นายไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไง แต่ฉันสิ ต่อให้ไม่อยากรู้สึกอะไรเลย แต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้ เหมือนคนบ้าเลย เฝ้า หวังอะไรลมๆแล้งอยู่คนเดียว… ฉันนี่มันน่าสมเพสจริงๆ ”

บรรยากาศในรถชวนอึดอัดขึ้นมาทันที เรานั่งเงียบไม่พูดไม่จากันไปตลอดทางจนถึงที่หน้าคอนโด ผมเดินลงไปเงียบๆ คุณติไม่ได้เปิดกระจกรถหันมาคุยกับผมสองสามคำเหมือนทุกวัน ได้แต่บอกให้คุณวีระขับรถออกไปทันที

ผมไม่รู้ว่า ความไม่เข้าใจกัน ความสัมพันธ์ที่ไม่รู้นิยามของเรา จะดำเนินไปแบบนี้อีกนานแค่ไหน ผมชักอยากได้รับการปลดปล่อย อย่างน้อยๆก็จากกรงล่องหนนี้

“ ฮัลโหล เมฆเหรอ อืม เดี๋ยวตามไปที่ร้านเฮียมุ้งนะ รออยู่ด้วยแล้วกัน ”

 

นิกให้ความสำคัญกับเรื่องเรียนมาก เขาขอบคุณผมอยู่หลายครั้งกับเรื่องที่ช่วยให้เข้าเรียนต่อได้ ผมดีใจที่เห็นเขาได้กลับไปเรียนแล้วดูเขามีชีวิตชีวามากขึ้น คงเป็นเพราะได้พบปะกับเพื่อนฝูง คนรู้จัก แต่อีกใจหนึ่งผมก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะการที่เขาไปพบเพื่อนฝูง คนเหล่านั้นก็อาจจะทำให้เขาไขว้เขวเอาได้ ผมรู้ดีว่าคนรอบข้างเราที่มีความสงสัยในตัวเราสองคน มีไม่มากก็น้อย ด้วยผมก็รู้ตัวดีว่า ผมเองก็เป็นสาเหตุที่อาจจะทำให้นิกถูกเพ่งเล็ง การที่ผมออกตัวเป็นผู้ปกครองเขาต่อหน้าคนอื่น คงเป็นที่ลือกันไปต่างๆนานาว่าผมมีความสัมพันธ์อะไรกับเขา ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรกับผม ห่วงก็แต่ความรู้สึกของนิก แต่ครั้นจะออกห่างเขา ผมก็ทำไม่ได้ เพราะเพื่อปกป้องเขาแล้ว ผมจะไม่เสี่ยงที่จะละสายตาไปจากเขาแม้วินาที

อย่างไรก็ตาม แม้ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้เขามีความสุข แต่ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นไปอย่างที่ผมอยากให้เป็น เป็นผมที่รักเขาข้างเดียว ส่วนเขาเองตอนนี้ ไม่แม้แต่จะอยากทำความรู้จักผมให้มากขึ้น เราสองคนอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่กลับเหมือนอยู่กันคนละโลก เรามีความสัมพันธ์กันอย่างผิวเผินผ่านทางเซ็กส์เท่านั้น เหมือนแค่ตอบสนองความต้องการให้กันและกันตามธรรมชาติ แล้วก็จบๆกันไป แม้จริงๆแล้วผมแอบดีใจเล็กน้อยเมื่อพักหลังมานี้ เขาไม่ได้มีอาการขัดขืน หรือเสียใจอะไรตอนเรามีอะไรกัน แต่พอได้ยินประโยคที่ว่า

“ … … แต่ว่า การทำเรื่องอย่างนี้กับคนที่ไม่ได้รักกัน ผม… “

มันทำให้ผมเหมือนหมดแรง ผมไม่แน่ใจว่าที่เขาพูดออกมานั้น จะเป็นเพราะเขาไม่รู้ความรู้สึกของผม หรืออยากเตือนสติไม่ให้ผมฟุ้งซ่านมาก หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว แล้วรู้สึกได้ว่า การจะทำเรื่องอย่างนี้ คนสองคนก็ควรจะรักกัน ซึ่งทำให้ผมยิ่งกลัว เพราะการที่เหมือนผมรักเขาข้างเดียวอยู่แบบนี้เรื่อยไป นั่นก็หมายความว่า ความสัมพันธ์ของเราจะเปราะบางลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย เราก็จะไม่มีอะไรเหลือให้ผูกพัน

 

“ ทำงานแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จกันล่ะ เอากลับไปแก้ใหม่! แล้วไหนฉันบอกให้ส่งคู่สัญญาตัวใหม่ ของ ทรีคอร์ปเข้ามา ทำไมยังไม่ได้อีก!

“ ขอโทษครับนาย เดี๋ยวผมจะรีบไปแก้ไข แล้วเรื่องคู่สัญญา ผมจะรีบให้ทศวิชนำเข้ามาให้ครับ ”

“ อืม ออกไปได้แล้ว ”

อาการหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีของกีรติ ดูจะแผ่ขยายผลกระทบไปถึงทุกคนในออฟฟิศ ตั้งแต่เขากลับเข้ามาทำงานในช่วงเย็น ยังไม่มีใครเลยที่ไม่โดนเขาตำหนิ ว่ากล่าว ถึงแม้นจะเป็นเรื่องที่เกิดความผิดพลาดจริงๆก็ตามที

“ โห… เสียงนี่ลอดออกมาจากห้อง เล่นเอาสะดุ้งกันไปทั้งออฟฟิศเลยเนี่ยพี่นพ นี่ไอ้เรย์ นายน้อยแกเป็นอะไรวะ เมื่อบ่ายก็ยังเห็นคุยโทรศัพท์กับคุณนิกเสียงงี้นุ่มเลย พอกลับมา เอ็ดด่าซะขวัญกระเจิงกันทั้งตึก ”

“ ไอ้คุณทศวิช มาถามฉันแล้วจะให้ฉันไปถามใครล่ะ ” เรวัติมักไม่ค่อยปริปากเรื่องต่างๆของกีรติโดยไม่จำเป็นเสมอ

“ ไอ้ทศ! แหมเว้ย! แล้วเอ็งจะถามเรวัติมันให้ได้อะไรล่ะ ก็รู้อยู่แล้วว่าไอ้นี่ไม่ปากบอนเรื่องของนาย มันไม่หาเรื่องใส่ตัวเหมือนเอ็งหรอก มานี่เลย เอกสารเอ็งก็ทำผิด ตกๆหล่นๆ งานก็ไม่ค่อยจะทำจริงๆจังๆ เอาแต่เล่น นายเลยด่าข้ามาซะหูชาเลยเห็นไหม นี่ถ้านายไม่รีบจะเอางานนะ ข้าจะให้เอ็งเข้าห้องเย็นไปฟังข้าอบรมสักสองสามชั่วโมง เผื่อเอ็งจะได้มีความรับผิดชอบกับเขามั่ง “

“ แหม อะไรกันพี่นพ ใส่มาใหญ่เลยนะ คนเรามันก็ถนัดไม่เหมือนกันนิ ให้ทำเอกสารอะไรละเอียดๆน่ะ ไม่เชี่ยวหรอกนะ ลองเป็นเรื่องแฮ็กข้อมูล เจาะระบบล่ะก็ มาเลย ไม่มีพลาดรับรอง แล้วผมขอล่ะ ถ้าขืนให้ผมนั่งฟังพี่อบรมนะ สิบนาทีก็หลับแล้ว สู้เข้าไปตายดาบหน้าให้นายด่าดีกว่า ”

” เออ อย่าดีแต่ปาก แล้วไอ้ความสามารถขั้นเทพของเอ็งนั่นมันจะได้ใช้สักกี่ครั้ง ไอ้งานประจำที่ควรถนัดไม่รู้จักถนัด เอ้านี่ เอ็งรีบเอาคู่สัญญาฉบับใหม่ของทรีคอร์ปเข้าไปให้นายเลย ก่อนที่เขาจะออกมาตาม เขารออยู่ ”

“ คร้าบ หัวหน้า ”

ทศวิชเข้าไปได้ไม่ถึงนาที ก็ได้ยินเสียงดุด่า เอ็ดตะโรดังลั่น

“ กูนึกแล้วไม่มีผิด ต้องได้กวนบาทานายทุกทีสิไอ้นี่ เฮ้อ… ”

“ นายเขามีเรื่องไม่สบายใจน่ะพี่ ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละ ”

“ อืม พี่ก็พอรู้… เอาเถอะ เรามารีบช่วยกันสางเหาบนหัวเรา ช่วยไอ้ทศมันแก้เอกสารกองนี้กันหน่อยดีกว่ามา ”

“ ครับพี่นพ ”

ผมอารมณ์เสียตลอดตั้งแต่กลับมาทำงานต่อ พาลแหลกไม่เลือกหน้า ผมรู้สึกเหมือนว่า ความผิดพลาด ความไม่พอดี ความไม่สมประกอบ มารวมกันบังเกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นทวีคูณ แต่พอรู้สึกตัวว่าโมโหเกินเหตุ ก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา จะขอโทษลูกน้องตัวเอง ก็เหมือนจะเสียฟอร์ม จริงๆแล้วคือผมกลัว กลัวว่าผมจะสูญเสียคนสำคัญของผมไป ผมเพิ่งมารู้สึกตัวว่ารักคนๆนั้นมากแค่ไหน รักมากขนาดทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย แม้แต่ลูกน้องที่ทำงานรู้ใจกันมาหลายปี ผมก็มาพาลอารมณ์เสียลงกับพวกเขาได้อย่างไม่มีเหตุผล หลังจากที่ผมสำนึกตัว ผมก็สั่งให้คนนำอาหารเย็นชุดใหญ่มาส่งที่ออฟฟิศข้างบน เพราะเห็นว่าทุกคนก็คงจะเหนื่อยหนักกับงานพอดู แล้วหลังจากนั้นผมก็ลุยงานต่อ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน งานชิ้นสุดท้ายเกือบเสร็จแล้ว ผมจึงออกไปบอกให้ทุกคนกลับบ้าน

“ เอาล่ะ ขอบใจทุกคนมาก นี่ก็ดึกมากแล้ว กลับกันได้แล้วล่ะ โดยเฉพาะพี่มานพ ครอบครัวคงเป็นห่วงกันแย่แล้ว ”

“ ไม่เป็นไรหรอกครับนาย ยังไงก็เกือบจะเสร็จอยู่แล้ว พวกเราจะอยู่ช่วยต่อจนเสร็จนั่นแหละครับ ผมเองก็บอกที่บ้านไว้แล้วว่าวันนี้จะกลับดึก อย่ากังวลไปเลยครับนาย “

“ นั่นสิครับ อย่างไรเสียเราก็อยากช่วยงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนะครับ ”

“ ทำเป็นพูดดีเชียวนะทศวิช ถ้านายทำได้อย่างที่พูดแต่แรก เราก็คงไม่ต้องมานั่งงมกันจนดึกดื่นแบบนี้หรอก ”

“ อุ้ย… งานเข้าเลยสิเรา “

“ เอาเถอะ ยังไงซะทีเหลือฉันจะจัดการเอง ถือว่านี่เป็นคำสั่งแล้วกัน ยังไงเรวัติก็ยังอยู่กับฉัน พวกนายก็กลับได้แล้วล่ะ “

“ รับทราบครับนาย “

“ โห่ ทำไมมีแต่เรวัติล่ะที่ได้ทำงานกับนาย “

“ ก็เขาไม่ไว้ใจเอ็งน่ะสิ เอ้ากลับๆ นายเขาไล่แล้ว ยังอยู่เดี๋ยวเจอดีข้าไม่รู้ด้วยนะ “

“ ไม่เป็นบอร์ดี้การ์ดมั่งให้รู้ไปนะเว้บ ไอ้เรย์ “

“ มาลงอะไรเอากับฉันล่ะ ”

“ เชอะ… ไม่สนแกแล้วกลับบ้านดีกว่า น้องหมวยจ๋าพี่จะไปหาแล้ว…. ”

 

กีรติกลับเข้าห้องทำงาน เขากดโทรศัพท์ไปที่คอนโด แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่มีคนรับสาย ถึงแม้ว่าจะเลยเที่ยงคืนไปแล้ว แต่นิกก็น่าจะยังตื่นทำรายงานอยู่ เขาเอะใจจึงโทรหาวีระ เพราะได้สั่งไว้ว่าให้ไปตามดูแลนิก เผื่อมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาตอนเขาไม่ได้อยู่ด้วย แล้วก็ได้รู้ว่านิกออกไปข้างนอก เพราะวีระได้สะกดรอยตามไปดู

“ ขอโทษครับนายที่ผมไม่ได้รายงาน ผมเห็นว่าไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ”

“ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรกันล่ะ! นิกออกไปเที่ยวกลางคืนโดยไม่ได้ขออนุญาตฉันแบบนี้ นี่แหละเรื่องใหญ่! เอาล่ะๆ แล้วตอนนี้ นิกอยู่ที่ไหน… ได้ รออยู่ที่นั่นแหละ คอยจับตาดูนิกไว้ ฉันจะรีบไป “

“ มีอะไรเหรอครับนาย “ เรวัติถามขึ้นเมื่อเห็นกีรติท่าทางฉุนเฉียว

“ นิกออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน โดยที่ไม่ได้ขออนุญาตฉัน “

“ คุณนิกไม่ใช่เด็กๆแล้วนะครับ ก็คงอยากออกไปสังสรรค์บ้างเป็นครั้งคราว นายอย่ากังวลไปเลยนะครับ “

“ แล้วทำไมไม่บอกฉันสักคำ ถ้าเกิดอะไรขึ้นตอนไปเที่ยว ถูกใครหาเรื่อง ถูกใครทำร้ายจะทำยังไง “

“ อย่าคิดมากสิครับนาย นายต้องให้เวลาคุณนิกเขาบ้างนะครับ เอ่อ… จริงๆแล้ว ผมมีอะไรบางอย่างอยากจะบอกนายนานแล้ว แต่ว่าผมอาจจะทำให้นายไม่พอใจถ้าพูดอะไรออกไป “

“ ก็พูดมาสิ “

“ คือเรื่องของคนสองคนน่ะครับ เราต้องให้เวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย ผมมั่นใจว่านายกับคุณนิกคงเข้ากันได้ดีกว่าเดิมไม่มากก็น้อยแล้ว แต่ว่าคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่า นายกับคุณนิก ยังไม่ได้ผูกพันกัน คุณนิกก็คงยังกลัวนายอยู่ แม้นายจะทุ่มเททุกอย่างให้ แต่หากนายใช้อารมณ์ ใส่ความรู้สึกของนายมากจนเกินไป คุณนิกก็จะอึดอัดครับ ดีไม่ดีต่อไปก็จะยิ่งไม่พูดคุยกันมากขึ้น ดังนั้นนายต้องให้คุณนิกได้ใช้เวลาคิดทบทวนด้วยตัวเองนะครับว่าคุณนิกคิดอย่างไรกับนาย และให้คุณนิกเห็นว่านายเป็นคนสำคัญ ด้วยตัวคุณนิกเอง ”

“ ดูนายจะเข้าอกเข้าใจนิกดีจังนะ ”

“ ผมเองก็มีความรักนะครับนาย ”

“ เธอคนนั้นโชคดีนะ ที่มีคนดีๆอย่างนายมาตกหลุมรัก ”

“ ก็อาจเป็นอย่างนั้นครับ ”

“ เอาล่ะ ขอบใจนะที่เตือนสติ เอาล่ะ ยังไงซะก็ช่วยฉันทำงานนี้ต่อให้เสร็จนะ ฉันจะไปสะสางเรื่องของตัวเองสักหน่อย ”

“ ยินดีครับนาย ผมจะทำให้เสร็จเรียบร้อยครับ ”

“ ขอบใจมาก ฉันเป็นหนี้นายอีกแล้วนะเรย์ ”

“ ผมต่างหากล่ะครับที่เป็นหนี้ชีวิตนาย ”

กีรติคว้าสูทจากมือเรวัติ แล้วมุ่งหน้าเพื่อไปหานิก

 

ติดตามตอนต่อไป…

 

One Trackback/Pingback

  1. โดย Juliet’s World « Anotherjuliet’s Weblog เมื่อ 05 ก.ค. 2009 เวลา 2:00 pm

    [...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 7 [...]

เขียนความคิดเห็น

*
*