คุณเรวัติเอาของมาส่งเราให้ที่รถ แล้วก็ขอตัว เพราะเขายังมีสอนต่อในรอบบ่าย ตลอดทางไปบ้านคุณติไม่ได้พูดคุยอะไรกับผมเลยสักคำ เรานั่งกันเงียบๆจนถึงคอนโดของคุณติ ตอนเรามาถึงที่จอดรถ ก็มีพนักงานใส่สูทจำนวนหนึ่งมายืนรออยู่ ตอนแรกผมตกใจมาก แต่ก็มารู้ทีหลังว่าพวกเขาเป็นคนของคุณติที่มาช่วยยกของขึ้นไป คุณติให้พวกเขาวางของไว้ที่ตรงทางเดินหน้าห้อง ขอบอกขอบใจคนเหล่านั้น พร้อมส่งเงินให้แต่ละคนก่อนให้กลับไปได้ ผมเองก็ได้แต่ยืนมอง ไม่รู้จะไถ่ถาม จะพูด หรือจะช่วยอะไร มาได้สติอีกทีเมื่อคุณติบอกว่า
“ จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม มาช่วยกันขนของเข้าไปหน่อยสิ “
“ อ่อ… ขอโทษครับ “
“ นายเอาแค่ตรงที่ฉันแยกให้ตรงนั้นพอ นอกนั้นฉันจัดการเอง “
“ แล้วทำไมคุณติไม่ให้คนช่วยขนเข้าไปข้างในเลยล่ะครับ คุณจะได้ไม่ต้องมาขนเอง “ คุณติชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบว่า
“ ฉันไม่เคยให้ใครเข้าบ้าน “
“ ไม่เคย… เอ๋ แต่ว่า ทำไม… แล้ว… อย่างผม “
“ อย่าถามมากเลยน่า ฉันเริ่มจะหิวอีกแล้ว ข้าวข้างนอกไม่อร่อย รีบๆเข้าเถอะ แล้วเราจะได้มาทำกับข้าวกัน “
ผมไม่เคยถามอะไรคนๆนี้ได้เลย ความรู้สึกลึกๆบอกผมว่า เขาพยายามปิดบังอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เขาไม่อยากให้ผมรู้ ไม่อยากให้ใครล่วงรู้ความนัยที่เขาเก็บซ่อนไว้ ผมเพียงหวังว่า ความนัยนั้น จะไม่มีอะไรที่จะทำร้ายผมแอบซ่อนอยู่ในเงามืด ผมเฝ้าภาวนาว่าจะไม่มีมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับผมอีก
คุณติช่วยผมทำกับข้าว หรือจะบอกว่าคุณติลงมือทำอาหารมื้อนี้เองเลยก็ยังได้ เขาดูคล่องแคล่วมาก และมีความสุขกับการทำอาหาร ระหว่างที่ทำไป คุณติก็คอยบอกคอยสอนผม ซึ่งผมเองก็ฟังอย่างสนใจ และทำให้ได้รู้ว่าคุณติเป็นคนพิถีพิถัน และละเอียดอ่อนกว่าที่คิด คุณติทำกับข้าวหลายอย่าง ทั้งแกงเขียวหวาน ฉู่ฉี่ปลาหมึก และไข่เจียวปู น่าทานมากๆ แล้วก็ถึงคราวได้ลิ้มรสดูบ้าง
“ เป็นยังไงบ้าง ฝีมือฉัน ”
“ โอ้โห… สุดยอดเลยฮะ อร่อยมากเลยครับคุณติ “ เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นรอยยิ้มของคุณติฉีกกว้าง และดูสดใสมากๆ
“ งั้นก็ดีสิ กินเยอะๆล่ะ “
แล้วเราทั้งสองก็เริ่มทานอาหารด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย คุณติคอยตักอาหารให้ผม มากกว่าจะตักให้ตัวเอง ผมสังเกตเห็นหลายครั้งที่เขามองดูผมตักข้าวเข้าปาก มันก็น่าอายอยู่ที่มีคนมามองเราตอนกำลังทานอาหาร แต่สายตาที่มองมาอย่างอ่อนโยน ทำให้ผมอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ ฉันดีใจที่นายกินได้เยอะ นายรู้ไหมว่าฉันไม่สบายใจเลย ที่หลายวันมานี้ไม่ได้เห็นนายกินข้าว ไม่รู้ว่าวันๆนายได้กินอะไรบ้างหรือเปล่า ฉันไม่เห็นอาหารในตู้เย็นพร่องไปเลย หรือนายยังเกรงใจอะไรอยู่ ”
“ อ่ะ… ก็เปล่าหรอกครับ คือ ผมเองคงยังไม่ชิน ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณติกังวล ”
“ นายเลิกขอโทษฉันเถอะ ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันแล้ว ฉันก็อยากให้นายอยู่อย่างสบายใจ ถ้านายอยากได้อะไร อยากทำอะไร ก็ขอให้บอก ฉันจะหามาให้ อย่าเกรงใจฉันนะ เพราะที่ฉันพานายมาอยู่ที่นี่ก็เพราะ… ”
คุณติหยุดพูดไปเฉยๆ เขาเหมือนมีอะไรจะบอก แต่ก็ทำได้เพียงส่งสายตาอันปวดร้าวมาที่ผม มันก็ยากที่ผมจะคาดเดาได้ ในเมื่อผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยเปิดใจ ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกับผมเลย
“ ช่างเถอะ… แล้วก็ฉันอยากให้นายเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งนายที่มหาวิทยาลัย ฉันไปติดต่อเรื่องเรียนไว้ให้หมดแล้ว นายไปเข้าเรียนได้ตามปกติเลย เสื้อผ้า กระเป๋า ของใช้ต่างๆที่เราซื้อกันในวันนี้เป็นของนาย ฉันเลือกให้นายไว้ใช้ตอนไปเรียน ”
“ ทำไมคุณติถึงต้องทำขนาดนี้ล่ะครับ แค่ที่ผมต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่เปล่าๆปลี้ ผมก็ละอายจะแย่อยู่แล้ว ซ้ำร้ายยังไม่มีงานทำ แล้วเบ็ดเสร็จหมดแล้ว ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยเลยนะครับ ”
“ ฉันพอใจที่จะทำให้นายเอง นายไม่ต้องไปกังวลเรื่องอื่นไปหรอก ”
“ คุณติครับ ผมสงสัยเหลือเกิน คุณช่วยตอบผมทีเถอะครับ ว่าคุณพาผมมาอยู่ที่นี่ทำไม ”
“… นั่นเป็นเพราะ… “ เขานิ่งเงียบไป จนผมคิดว่าคำตอบคงอยู่ในใจเขาคนเดียวเท่านั้น และผมก็พอจะอ่านใจเขาได้
“ ไม่ว่าคุณจะพาผมมาอยู่ด้วยเหตุผลอะไร ก็ยังหนีไม่พ้นที่ว่าผมเป็นลูกหนี้คุณ ไม่จำเป็นเลยที่คุณจะมาใส่ใจอะไรในตัวผมมากมาย ลำพังจะใช้หนี้ที่เคยมี ผมก็ไม่รู้จะเอาปัญญาที่ไหนใช้แล้ว แล้วนี่คุณติยังซื้ออะไรต่อมิอะไรวันนี้ ผมไม่แน่ใจครับ ว่าต่อให้ผมขายวิญญาณแล้ว จะชดใช้หนี้สินที่มีให้คุณทั้งหมดได้ “
“ ในสายตานายนี่ ฉันเป็นเจ้าหนี้ที่ใจดำอำมหิตเห็นแก่เงินนักหรือไง ”
“ ผมเห็นคุณเป็น… ” “ เป็นอะไร ”
“ ฆาตกร คุณเป็นคนฆ่าครอบครัวผม ที่สำคัญ คุณก็ทำลายศักดิ์ศรีของผมจนหมดสิ้นไปแล้ว… ผมมันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกโสเภณี คุณติว่าอย่างนั้นไหม ” “ นี่นาย!… ฮึ้ย! ”
ผมเห็นคุณติทำท่าทางเหมือนจะตบผม แต่สุดท้ายเขาก็เอามือลง
“ ฉันอิ่มแล้ว ”
คุณติผลุดลุกขึ้นจากโต๊ะ หยิบจานไปวางที่อ่างล้างจาน แล้วจ้ำขึ้นห้องทำงานไป เสียงปิดประตูดังปังทำให้ผมสะดุ้งโหยง ผมเองก็รู้ตัวนะ ว่าพูดจาทำร้ายจิตใจคุณติเข้าให้อีกแล้ว แต่มันเหมือนส่วนลึกในจิตใจของผมยังทำใจยอมรับคนๆนี้ไม่ได้ ทั้งๆที่ ผมก็พยายามแล้วที่จะให้ทุกอย่างง่ายขึ้น พยายามไม่ต่อต้าน ไม่ขัดขืน หากคุณติต้องการอะไร ผมก็ตั้งใจไว้ว่าจะยอมโอนอ่อนผ่อนตาม แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองทั้งน่าสมเพส และสกปรกเหลือเกิน วันหนึ่งหัวใจของผม อาจจะไม่หลงเหลือส่วนดีอยู่เลยก็ได้ และเมื่อถึงวันนั้นต่อให้เป็นปีศาจ ผมก็เชื่อว่าอาจมองเป็นเทวดาไป
หลังจากเก็บล้างจานชามจนเสร็จ ผมได้แต่มานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวในห้องของตัวเอง จะว่าไปผมก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องนี้มากนัก ส่วนใหญ่กลางวันผมจะอยู่ในห้องรับแขก และกลางคืนก็อยู่ห้องคุณติ ผมมองไปรอบๆ ก็พบว่าสีของห้องเป็นสีฟ้าอ่อน ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีระเบียงเล็กๆด้านนอก เมื่อผมเดินออกไปดู ก็พบวิวของกรุงเทพฯในยามราตรีที่แสนงดงาม ผมคิดอยู่ในใจว่าผมสามารถถูกความงดงามเบื้องหน้าฆ่าได้ มันช่างสวย และดูอันตราย ระหว่างที่ยืนๆอยู่นั้นผมก็รู้สึกเหมือนจะหน้ามืด และก่อนที่ผมจะขาดสติไป อ้อมแขนอันแข็งแรงก็มาโอบรอบร่างผมไว้ รั้งออกมาให้ห่างจากบริเวณระเบียง เราสองคนร่วงกองลงกับพื้นห้อง แผ่นหลังของผมสัมผัสแผ่นอกที่เสียงหัวใจเต้นรัวเหมือนกอง ลมหายใจเหนื่อยหอบอยู่ด้านหลังของผม ตอนนี้มือผมที่เริ่มสั่นคว้าจับแขนทั้งสองที่โอบผมไว้จนแน่น
“ นายคิดจะทำอะไรกันหะ! ”
“ ผ… ผมแค่ไปยืนดูวิวครับ แล้วจู่ๆก็รู้สึกเวียนหัว “ ผมรู้สึกว่าแขนของคุณติยิ่งรัดแน่นขึ้น จนผมรู้สึกเจ็บ
“ คุณติครับ ผมเจ็บ… ”
“ …นายทำฉันตกใจรู้ไหม ฉันนึกว่านายจะคิดสั้น “
“ ผมไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอกครับ ตราบใดที่ผมยังไม่ได้ใช้หนี้ให้คุณ… “
“ หยุดพูดเรื่องนี้ซะที! ”
คุณติจับผมหันหน้าไปเผชิญหน้ากับเขา ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ผมก็ถูกจูบเข้าให้แล้ว คราวนี้คุณติไม่ออมแรง เขาบดริมฝีปาก แทรกลิ้นเข้ามาพัวพัน ผมพยายามดิ้นรน แต่ก็สู้แรงไม่ไหว จนสุดท้ายผมจึงตัดสินใจกัดริมฝีปากของเขา
“ โอ้ย! ” เลือดซึมไหลออกมาจากปากของคุณติ แม้คุณติจะถอนริมฝีปากออกไปแล้ว แต่กลิ่นคาว และรสของมันยังหลงเหลืออยู่ในปากผม สายตาที่เขามองมาหาผม เป็นสายตาของอสูรร้ายอีกครั้ง ผมหวาดกลัวจนน้ำตาซึมไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทา และเกร็งแน่น เพราะแรงที่คุณติบีบแขนไว้ คุณติพยายามจะเข้าใกล้ผมอีกครั้ง แต่ผมพยายามยันร่างของเขาไว้
“ อย่านะ! ทำไมคุณต้องทำกับผมแบบนี้ ไม่มีทางอื่นที่ผมจะชดใช้คุณได้เลยหรือไง… ทำไมครับ ”
“ สิ่งที่ฉันต้องการ ไม่ใช้เงิน ไม่ใช่ของมีค่าอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่นายจะชดใช้ฉันได้ ก็คือ ตัวของนาย เท่านั้น ”
“ อย่า… อย่าทำผมเลย ผมขอร้อง… ”
“ ฉันก็ขอร้องนาย อย่ามองฉันเป็นสัตว์ร้าย หรือฆาตกรที่ไม่มีหัวใจ ทุกครั้งที่นายพูดแบบนั้น ฉันก็เหมือนตายทั้งเป็น ฉันไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร ทุกอย่างที่ฉันทำไปฉันมีเหตุผล วันหนึ่งนายจะรู้ นายจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำไปทั้งหมด ”
“ แล้วทำไมไม่ทำให้ผมเข้าใจเสียตอนนี้ ไม่แน่ว่าถ้าหากคุณยังปล่อยให้ผมเข้าใจแบบนี้เรื่อยไป ผมไม่รับรองว่า วันหนึ่งผมอาจจะลุกขึ้นมาฆ่าคุณก็ได้ ”
“ …ถ้านายคิดจะฆ่าฉันจริงๆ ฉันก็จะไม่ขัดขืน จะยอมให้นายควักหัวใจออกไปจากร่างของฉันแต่โดยดี ”
“ … ปล่อยผม … ”
“ ไม่ อย่างน้อยวันนี้ฉันก็อยากให้นายได้รับรู้ไว้ว่าฉันไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายนาย ”
“ ด้วยการบังคับ ขืนใจผมอย่างนั้นหรือครับ ”
“…”
คุณติเหมือนจะได้สติ เขาค่อยๆคลายแรงบีบที่มือ แต่ดวงตาของเขานั้นหม่นเศร้าลง
“ …นั่นสินะ ฉันมันโง่เหลือเกิน ตราบใดที่ฉันยังทำแบบนี้กับนาย ฉันก็ไม่ต่างกับสัตว์ร้าย เป็นฆาตกรใจทราม อย่างที่นายว่า ฉันฆ่านายทั้งเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นายคงจะขยะแขยงฉันเต็มทีแล้ว”
“ … ผม… ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ”
“ ขอโทษทีเถอะนะ… ถึงฉันจะใจบาปหยาบช้ายังไง แต่อย่างไรก็ตาม ฉันก็ไม่ใจอำมหิตขนาดทำร้ายนายจนตาย ฉันขอร้อง อย่าแม้แต่จะคิดทิ้งชีวิตตัวเอง นายไม่รู้หรอก ว่าชีวิตของนายมีค่ามากมายแค่ไหน ถือว่า เป็นอย่างหนึ่งที่ฉันขอเพื่อชดใช้หนี้ก็แล้วกัน รับปากฉันได้หรือเปล่า “
“ … ค… ครับ ผมจะไม่ทำเรื่องอย่างนั้น จนกว่าจะใช้หนี้ให้คุณจนหมด ”
“ ไม่… ต้องตลอดไปสิ… สัญญาสิ ว่าต่อให้หนี้หมดแล้ว นายก็จะอยู่กับฉันตลอดไป “
คุณติสวมกอดผมอย่างทะนุถนอม เราไม่ได้พูดอะไรกันอีกหลังจากนั้น ผมไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไรกับคุณติ ผมรู้แต่เพียงว่า เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง ผมจะเลือกทางเดินชีวิตของผมเอง จะไม่ให้ผู้ชายคนนี้มาย่ำยีหัวใจของผมได้
คืนนั้นผมนอนในห้องของตัวเอง ผมใช้เวลานอนคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ในหัวของผมหนักอึ้ง เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นจนผมจับต้นชนปลายไม่ถูก ระหว่างที่ผมกำลังครุ่นคิด พอเมื่อหลับตาลง รสคาวเลือดจางๆที่แผ่ซ่านอยู่ในปากของผมก็ทำให้นึกได้ว่า คุณติคงจะเจ็บแผล เพราะผมก็กัดลงไปเต็มแรง เลือดถึงได้ซึมออกมามากมายขนาดนั้น ตอนแรกผมก็ลังเลที่จะออกไปจากห้อง แต่แล้วก็กลั้นใจออกไป เพื่อไปไปทำแผลให้คุณติ
ผมเดินลงไปเอากล่องปฐมพยาบาลในห้องครัว แล้วก็กลับขึ้นไปชั้นบน ผมค่อยๆเปิดประตูห้องคุณติเข้าไป คุณตินอนหลับแล้ว แต่เมื่อผมเข้าไปคุณติก็ค่อยๆขยับตัว แล้วก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
“ นิก… มีอะไรอย่างนั้นเหรอ “
“ ข… ขอโทษครับที่ทำให้ตื่น ผมแค่จะมาดูแผลคุณติ ว่าเป็นยังไงบ้าง “
คุณตินึกได้ก็แตะที่ริมฝีปากของตัวเอง ในความมืดสลัวนั้น ผมมองเห็นแผลไม่ได้ชัดนัก แต่ก็พอมองเห็นรอยช้ำ และรอยเลือดที่แห้งติดริมฝีปากอยู่ ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆเตียง หยิบยาออกมาหมายจะทาให้ แต่คุณติจับข้อมือของผมไว้
“ ไม่ต้องหรอก ปล่อยมันไว้อย่างนี้แหละ จะได้ช่วยเตือนสติฉัน ว่าไปทำอะไรบ้าๆไว้กับนาย ถึงได้โดนแบบนี้ “
“ พูดอะไรอย่างนั้นครับคุณติ ถ้าไม่ทำแผลเดี๋ยวมันติดเชื้อเข้าจะแย่นะครับ …ปล่อยมือเถอะครับ ผมจะใส่ยาให้ “
คุณติคลายมือออกจากข้อมือของผม เราจึงเริ่มทำแผลกัน ตลอดเวลาที่ผมทำแผลให้คุณติอยู่นั้น คุณติจ้องมองผมตลอดโดยไม่ละสายตา ผมค่อยๆทำแผลให้อย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีบางครั้งที่คุณติสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ส่ายหน้า เหมือนจะบอกว่าไม่เป็นไร ให้ผมทำต่อไป ตลอดระยะเวลาที่เรารู้จักกันมา ผมไม่เคยได้สังเกตใบหน้าของคุณติมาก่อน ผมเพิ่งรู้ว่าใบหน้าของคุณตินั้นคมเข้มขนาดไหน เค้าโครงหน้าเหมือนรูปปั้นเทพนิยายกรีกก็ไม่ปาน ริมฝีปากที่ตอนนี้แม้มีรอยเลือดคั่ง ม่วงช้ำ แต่ก็ยังคงอิ่มสวย เข้ากับใบหน้า จมูกโด่ง คิ้วดกดำ และดวงตาสีเหล็กแววใส ที่ผมพยายามเลี่ยงที่จะไม่มอง เพราะรู้แน่ว่าเมื่อใดที่สบตา เมื่อนั้นผมก็คงโดนดวงตาคู่นั้นกลืนกินเข้าไปเป็นแน่
“ ส… เสร็จแล้วครับ “ ผมสารภาพ ว่าไม่กล้ามองหน้าคุณติ อยู่ดีๆใบหน้าของผมเองก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
“ ขอบใจนายมากนะนิก ความจริงนายไม่ต้องมาสนใจใยดีอะไรกับคนอย่างฉันเลย ฉันทำเรื่องชั่วช้ากับนายไว้มากมาย จนถ้านายจะไม่ให้อภัยฉันชั่วชีวิตฉันก็จะไม่อ้อนวอนขอให้นายเห็นใจ ยิ่งนายทำดีกับฉันแบบนี้ ฉันก็ยิ่งกลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะเผลอใจทำร้ายนายอีก ถึงตอนนั้นฉันก็จะยิ่งเกลียดตัวเอง ขยะแขยงตัวเองไปมากกว่านี้ “
“ …คุณติครับ… ผมผิดเอง… ” “ …เรื่องอะไรเหรอนิก? ”
“ ทุกเรื่องครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณติช่วยเหลือผมทุกอย่าง วันนี้ก็ซื้อของให้ตั้งมากมาย แถมยังเรื่องเรียนอีก ผมทราบตั้งแต่เมื่อบ่ายจากคุณเรย์ว่าคุณติจัดการเรื่องเข้าเรียนต่อให้ผม คุณติรู้ไหมครับว่ามันมีความหมายกับผมมากมายแค่ไหน ตอนที่ผมทราบผมดีใจมาก อยากจะบอกขอบคุณคุณติสักล้านครั้ง แต่ดูผมสิ ตั้งแต่ผมอยู่กับคุณติมา ผมไม่เคยทำอะไรได้อย่างที่ปากพูด อย่าว่าแต่จะใช้หนี้เลย แค่ทำตัวดีๆไม่ให้คุณต้องเดือดร้อนผมก็ยังทำไม่ได้เลย มีแต่ทำให้คุณไม่สบายใจ ขอโทษจริงๆครับที่ผมดีแต่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของคุณติ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมพองโต น้ำตาของผมเริ่มไหลริน จนแก้มเปียก คุณติเอื้อมมือมาปาดน้ำตาออกจากทั้งสองแก้ม แล้วบรรจงจรดริมฝีปากลงที่แก้มอันเปียกชื้นของผม
“ เด็กโง่… มีใครที่ไหนในโลกนี้บ้าง ที่มานั่งคุกเข่าขอโทษคนที่ทำเรื่องร้ายกาจกับตัวเองแบบนี้ ฉันล่ะเชื่อนายเลยจริงๆ ยิ่งนายทำตัวแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันกลัวรู้หรือเปล่า พ่อนิกคนดี ”
“ กลัวเรื่องอะไรครับ? ”
“ กลัวว่านายจะไปใจดีแบบนี้กับใคร แล้วถึงวันนั้นฉันก็จะหัวใจสลายน่ะสิ “
“ คุณติ… ”
“ คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนฉันได้หรือเปล่า “
“ เอ๊ะ… ”
“ ไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันอยากให้นายนอนข้างๆฉันเฉยๆ ให้ฉันเห็นนายอยู่ใกล้ๆ ฉันรับรองว่าจะไม่แตะต้องนายแม้แต่ปลายเล็บ ”
“ … ครับ … ”
คุณติเขยิบร่างถอยห่างออกไป พอให้ผมซุกตัวลงตรงที่ว่างนั้น ผมค่อยๆแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับคุณติ เราหันหน้าเข้าหากัน ตัวของเราอยู่ห่างกันเพียงเอื้อมมือ แต่คุณติก็ไม่ได้ล่วงล้ำข้ามเส้นเขตที่มองไม่เห็นเข้ามาใกล้ผม เขายิ้มให้ผมที่กำลังเขินอาย และรู้สึกกระอั่กกระอ่วนใจเป็นอย่างยิ่ง
“ ทั้งวันมานี่ นายพยายามจะถามอะไรฉันใช่ไหม ”
“ …เอ๋…อ๋อ มันก็ ไม่ได้เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไรหรอกครับ คุณติอย่าใส่ใจเลย ”
“ ฉันอยากจะบอกนายว่า ฉันไม่เคยอยู่กับใครใกล้ชิดแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แม้แต่ครอบครัวของฉัน เราทุกคนก็ต่างมีโลกของตัวเอง นายเป็นคนแรกที่ฉันรู้สึกอยากอยู่ด้วย ฉันไม่เคยให้ใครหน้าไหนเข้ามาในคอนโดนี้ แม้แต่เรวัติเองก็เหมือนกัน ฉันเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง และฉันก็กลัวว่าจะมีคนมารู้จุดอ่อนของฉัน นิก นายเป็นคนแรก และคนเดียวที่จะเห็นตัวตนของฉันทั้งในด้านมืดและสว่าง ทั้งตอนตื่น ตอนหลับฝัน นายจะเป็นคนเดียวทิ่จะได้อยู่บนเตียงๆนี้กับฉัน ฉันจะไม่กอดใครอื่นอีกนอกจากนาย ”
“ คุณติครับ… เอ่อ… ผม … ไม่รู้จะพูดว่าไงดี แต่ตอนนี้คุณกำลังจะทำให้ผมนอนไม่หลับ ”
“ ฮ่าๆ… โทษทีนะ เอาล่ะ หลับซะเถอะ พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของนาย ฉันจะไปส่งนายที่มหาวิทยาลัยแต่เช้า ”
“ คุณติก็หลับด้วยสิครับ เอาอย่างนี้ เรามาหลับพร้อมๆกันนะครับ พอผมนับถึงสาม เราสองคนต้องหลับตาลงพร้อมๆกัน ”
“ เอาสิ ”
“ หนึ่ง… สอง… สาม… ”
เราทั้งสองคนยังลืมตามองหน้ากันและกัน เราต่างก็ยิ้ม แล้วหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน
“ เราทำตัวกันเหมือนเด็กๆเลยนะครับ ”
“ นั่นสินะ… แล้วเรา ควรจะทำตัวอย่างผู้ใหญ่ๆกันดีกว่าใช่หรือเปล่า ”
“ เอ๊ะ… ”
คุณติเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ เขาก้มลงจูบผมอย่างแผ่วเบา รสจูบมีกลิ่นยาบางๆเจืออยู่ เราจูบกันเนิ่นนาน จนเมื่อริมฝีปากเราแยกจากกันผมก็หอบหายใจแรงเสียแล้ว
“ โธ่… ยาละลายไปหมดเลยครับ “ ผมเอามือแตะตรงมุมปากที่เป็นแผลของคุณติ คุณติจับมือผมไว้ แล้วจูบที่ฝ่ามือของผมเบาๆ เชื่อได้เลยว่า ตอนนี้หน้าผมคงแดงไปหมดแล้ว
“ งั้นเธอก็ช่วยทาให้ฉันใหม่สิ “
“ ถ้าทาแล้ว คุณติจูบผมอีกล่ะ ” “ เธอก็ต้องทาให้อีกไง ”
“ …แล้วไหนบอกว่าจะไม่แตะต้องผมยังไงล่ะครับ “
“ ฉันจะไม่ทำต่อ ถ้านายบอกว่าไม่ต้องการ “ ผมโดนมนต์สะกดจากดวงตาสีเหล็กของเขาเข้าให้แล้ว มือที่ซุกซนของเขาสัมผัสจุดอ่อนของผม มันทำให้ทั่วทั้งร่างผมนั้นสั่นสะท้าน
“ …ว่าไงล่ะ บอกให้ฉันหยุดสิ ”
ใบหน้า และร่างของผมค่อยๆร้อนขึ้นเรื่อยๆ คุณติจูบใบหน้าผมจนทั่ว ไล่ลงมาที่ซอกคอ และหน้าอก เขาเก่งเหลือเกิน ผมไม่อาจจะขัดขืนเขาได้ ด้วยตัวผมเองก็รู้สึกดีจนไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดได้
“ … คุณติ… ทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆแบบนี้ล่ะครับ “ คุณติเงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้ม
“ นั่นเพราะนายมีอารมณ์ยังไงล่ะ “
“ แล้วจะทำไงดี ผมรู้สึกร้อน เหมือนถูกไฟเผาเลยครับ… ร้อนมากๆ … ร้อนไปหมดทั้งตัวเลยฮะ…”
“ ไม่เป็นไรเด็กน้อย อีกไม่นานฉันจะทำให้นายมีความสุข ฉันเป็นคนก่อไฟนี้ ฉันก็จะเป็นคนดับมันให้นายด้วยตัวเอง “
ตลอดคืนนั้นคุณติทำให้ผมสุขสมไปหลายครั้ง แต่เขาทำให้ผมฝ่ายเดียวโดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายของผมเลยแม้แต่น้อย ผมเองก็ผลอยหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าในหัวผมมันว่างเปล่าไปหมด สิ่งเดียวที่ยังหลงเหลือในความทรงจำ คือ เสียงของคุณติ ที่กระซิบนับครั้งไม่ถ้วนว่า “…นิกของฉัน…” ได้ยินครั้งใด หัวใจของผมก็เหมือนจะหลอมละลายไปทุกที และสุดท้ายห้วงคำนึงของผมก็ดับวูบไปพร้อมสติสัมปชัญญะทั้งหมดในเวลาต่อมา
ใกล้รุ่งเช้า กีรตินั่งพิงหลังกับหัวเตียง มองดูร่างของนิติพลที่อิงแอบแนบข้างเขา มือของเขาลูบไล้เรือนผมของนิติพลอย่างนึกเสน่หา นิ้วมือไล่เลาะไปบนผิวที่เนียนนุ่มของใบหน้า ริมฝีปากปากสีชมพูเรื่อเผยอเล็กน้อยเมื่อนิ้วมือสัมผัสเข้า ลมหายใจของนิติพลอุ่น และบางเบา เขาหายใจเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะเสมอกัน แสดงว่าหลับลึก กีรติใช้ช่วงเวลาอันมีค่านี้เก็บภาพอันแสนอบอุ่น งดงามของนิติพลผู้เป็นที่รักของเขาไว้ เขาอยากจะให้เวลาหยุดอยู่เพียงเท่านี้ และให้ทั้งโลกมีเพียงเขา กับนิติพล
“ ฉันรักนาย… ”
One Trackback/Pingback
[...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 6 [...]