“ กลับมาแล้วครับ ”

“ รบกวนด้วยครับ ”

“ อ้าว มากันแล้วเหรอ เร็วจัง ฉันยังทำกับข้าวไม่เสร็จเลย ”

กีรติเดินออกไปรับนิติพล และเมฆา ทั้งๆที่ยังสวมผ้ากันเปื้อน แต่จะว่าไปแล้วก็น่ามองไม่เลวดีเหมือนกัน เมฆายกมือไหว้กีรติเป็นครั้งแรกตั้งแต่เจอหน้ากันมา เหมือนเขาทำไปเพราะเกรงใจนิติพลอย่างไรก็อย่างนั้น

“ สวัสดีครับ คุณกีรติ ”

“ สวัสดี ขอบใจที่มานะ อาหารยังไม่เสร็จ คงต้องรอหน่อย ทำตัวตามสบายแล้วกัน ”

“ ให้ผมช่วยไหมครับคุณติ ” นิกวางกระเป๋าลงที่โซฟา ออกปากอาสาจะเป็นลูกมือ แต่กีรติยกมือมาลูบศีรษะเบาๆ บอกว่า

“ ไม่ต้องหรอก อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ทำไมนิกไม่พาแขกของเราไปเดินดูรอบๆหน่อยล่ะ เดี๋ยวพอกับข้าวเสร็จแล้วฉันจะไปเรียก ดีไหม ”

ภาพที่เห็นช่างบาดตาบาดใจเมฆาเหลือเกิน การปฏิบัติตัวของเขาทั้งสอง ยิ่งทำให้เมฆารู้สึกเหมือนอยู่คนละโลก แต่เขาก็ยังต้องอดทนไว้ เพราะไม่อยากทำให้นิติพลไม่สบายใจ ด้วยก็สัญญากับนิติพลไว้แล้ว ว่าเขาจะไม่เป็นฝ่ายยั่วโมโหกีรติ นิติพลยิ้มรับ แล้วออกปากชวนเมฆาไปเดินดูรอบๆคอนโดสุดหรูอันตอนนี้ก็เป็นบ้านของนิติพลไปด้วยแล้ว ห้องของทั้งคู่อยู่ชั้นบนสุดของคอนโด และมีลักษณะพิเศษ เพราะทั้งชั้นก็มีเพียงห้องของทั้งคู่เท่านั้น แถมในห้องยังมีถึงสองชั้น และมีห้องให้ใช้สอยมากมาย ระหว่างที่พาเดินดูรอบๆ เมฆาก็อดทึ่งในความโอ่อ่าสวยงามของมันไม่ได้

“ …แล้วนี่ก็เป็นห้องออกกำลังกาย ”

“ บ้าไปแล้ว คุณกีรติของนายมีแม้แต่ห้องออกกำลังกายส่วนตัวอยู่ในห้องตัวเองแบบนี้ด้วยเหรอ สุดยอด ”

“ อืม ฉันเองก็ทึ่งเหมือนกัน จะบอกให้ว่าช่วงแรกๆฉันไม่ออกไปไหนเลย อยู่แต่ในห้องรับแขกข้างหน้า เพราะกลัวหลง ”

“ ฮ่าๆ ขนาดนั้นเลยนะ ว่าแต่มีกระจก มีเบาะรองแบบนี้นี่คุณกีรติเขาเล่นกีฬาอะไร เทควันโด้ หรือยูโดงั้นเหรอ?

“ ได้หมดทุกอย่างเลยมั้ง เขาเก่งมากเลย เมื่อวานเขาก็สอนเทควันโด้ฉันที่นี่แหละ… ”

“ เหรอ ไม่เห็นนายเคยเล่นกีฬาอะไรเลย แล้วเป็นไง นายชอบหรือเปล่า เขาสอนได้ดีไหม ”

“ …ก็ ดี… ฉันคงต้องเรียนอีกเยอะ ” แน่นอนว่านิติพลไม่ได้บอกเมฆา เรื่องที่กีรติสอนเทควันโด้ให้เขาเมื่อวาน เริ่มที่ห้องนี้ แล้วไปจบที่ห้องนอน ภาพเหตุการณ์เมื่อวานแวบเข้ามาในหัวเขา ทำให้ถึงกับหน้าแดงร้อนขึ้นมา

“ นิกเป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงเชียว ”

“ ป… เปล่า ออกไปจากห้องนี้กันเถอะ มันค่อนข้างจะร้อนน่ะ ”

“ ไม่เห็นร้อนนี่ ฉันว่านายทำตัวแปลกๆนะ หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่เหรอ ”

“ ไม่… ไม่ใช่อย่างนั้น ก็มันร้อนจริงๆ เพราะไม่ได้เปิดแอร์น่ะ ไปกันเถอะ นายยังไม่ได้ดูห้องสมุดเลยนี่ ”

“ ไม่เป็นไรหรอก ฉันชอบห้องนี้ ร้อนแบบนี้ก็ดีแล้ว เหมาะกับที่เป็นห้องออกกำลังกายดีออกนะ ว่าไหม?

“ เมฆ?

แล้วเมฆาก็เดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังเขา ลมหายใจอุ่นๆของเมฆาผ่านมารดต้นคอ ขณะที่เมฆาก้มลงมากระซิบเขาที่ข้างหู

“ เขาทำกับนาย ในห้องนี้ด้วยใช่หรือเปล่า ”

“ นายพูดอะไรน่ะเมฆ… ”

“ เขาเห็นนายเป็นแค่ของเล่น เห็นการมีเซ็กส์กันเป็นแค่การใช้หนี้ก็เท่านั้นแหละ ไม่ได้กอดนายด้วยความรู้สึกรัก หรืออยากทะนุถนอมเลย นายรู้ตัวหรือเปล่า ”

“ นายพูดอะไรของนาย นี่! หยุดนะ เดี๋ยวคุณติมาเห็นเข้า ”

“ นายแคร์ด้วยเหรอ ถ้าเขาจะเห็นเราสนุกกัน ทำไม เขาลีลาดีเชี่ยวชาญมากใช่ไหม นายถึงตกหลุมเขาจนได้ ”

“ หยุดพูดนะ ฉันไม่อยากได้ยินอะไรแบบนี้ ปล่อยนะ ฉันเจ็บ!

“ ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะไม่รุนแรงกับนาย ลองให้ฉันสัมผัสนายดูบ้าง นายจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่นายต้องการ ”

มือที่ซุกซนของเมฆาเลื่อนไปที่สะโพกของนิติพล อาศัยช่วงที่นิติพลกำลังอยู่ในอารมณ์เคลิ้ม เอาเปรียบเขาด้วยการหยอกเหย้า สัมผัสร่างกายส่วนล่างอยู่อย่างนั้น ลูบไล้จนร่างกายของนิติพลเริ่มสั่นเทิ้ม เขาเริ่มจะไม่ขัดขืน เพราะคิดไปถึงคำพูดของเมฆาที่ว่า กีรติใช้การร่วมรักกันของพวกเขาทั้งสองเป็นเพียงการชดใช้หนี้ นั่นหมายถึงว่า เมื่อใดที่กีรติเบื่อเขาแล้ว หรือหมดหนี้สินตามที่กีรติต้องการ เขาก็จะหมดความหมายไป อาจจะถูกทิ้งขว้างเสียก็เป็นได้ เขาเริ่มรู้สึกปวดร้าวเมื่อคิดถึงมัน เขาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เขายังอยากจะเชื่อว่า คำว่ารัก ที่กีรติพร่ำบอกเขาทุกค่ำคืนเป็นเรื่องจริง แต่ไม่รู้ทำไมคำพูดของเมฆา ทำให้เขาถึงกับเจ็บช้ำได้ขนาดนี้ เขาหยุดขัดขืน ปล่อยให้เมฆาทำตามชอบ

แต่ก่อนที่อารมณ์ของนิติพลจะกระเจิงไป ภาพของกีรติก็เข้ามาในหัวเขา เป็นภาพตอนที่เขาก้มลงจูบนิติพลอย่างอ่อนโยน ยามที่ทั้งคู่ร่วมรักกัน และเสียงของกีรติยามเรียกชื่อเขาว่า “ นิกของฉัน “ ก็ทำให้นิติพลได้สติ

“ ปล่อยฉันนะเมฆ! ” นิติพลสลัดตัวเองออกจากการรัดกุมของเมฆา ส่วนเมฆาเองก็ตกใจเล็กน้อย ด้วยไม่รู้ว่านิติพลเองก็มีพละกำลังมากพอตัว

“ ถ้านายยังทำบ้าๆแบบเมื่อกี้อีก ฉันจะไม่ให้อภัยนายอีกเลย ”

“ … ฉันขอโทษ ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ นายก็รู้นี่ว่าฉันชอบนาย ”

“ นายไม่ได้ชอบฉันหรอก อย่าสับสนสิ ”

“ แต่ว่าฉัน!… ”

“ ก๊อกๆ ” เสียงกีรติยืนเคาะกำแพงอยู่ที่ข้างๆประตูห้อง เขายืนกอดอกมองดูทั้งสองคนที่กำลังมีปากเสียงกัน

“ อาหารพร้อมแล้ว ” เขาพูดเสียงเรียบๆฟังดูเย็นชา แต่แววตากลับยิ่งเย็นชากว่าคำพูดหลายเท่า

“ ผ… ผมไปล้างหน้า ล้างมือก่อนนะครับ ” นิติพลรีบผลุนผลันออกไปจากห้อง ทิ้งให้เมฆาเผชิญหน้าอยู่กับกีรติตามลำพัง

“ นายกล้ามากกว่าที่ฉันคิดนะ ” กีรติยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาจ้องมองเมฆาไม่ละสายตา

“ คุณไม่มีสิทธิ์มาประชดประชันผม คุณเองก็กล้าหน้าด้านไม่แพ้กัน สมใจคุณแล้วสิ ที่กุมนิกไว้ในกำมือคุณได้ คุณคงเขี่ยเขาทิ้งพอคุณเบื่อ เศรษฐีรวยอำนาจอย่างคุณ จะหาใครมาปรนเปรอทุกคืนไม่เลือกหน้าก็ย่อมได้ แต่ผมเตือนไว้ก่อนเลย ว่าคุณจะทำกับนิกเหมือนแค่ที่ระบายอารมณ์ให้คุณไม่ได้หรอกนะ นิกมีค่ามากกว่านั้น ”

“ ฉันไม่จำเป็นต้องให้เด็กอมมืออย่างนายมาสั่งสอนหรอก สำหรับฉัน นิกก็ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์อยู่แล้ว แต่นิกเป็นความสุขของฉัน เพราะฉะนั้น ถ้าใครหน้าไหนมาทำลายความสุขของฉัน ก็อย่าหวังว่าจะมีความสุขอยู่ได้เหมือนกัน ”

“ คุณไม่ทำผมหรอก เพราะถ้าทำอย่างนั้น นิกต้องไม่ให้อภัยคุณแน่ อย่าลืมสิ ว่าผมเป็นเพื่อนนิก เพื่อนคนเดียวที่เขาคบมามากกว่า 12 ปี คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าเราผูกพันกันมากแค่ไหน ตอนนี้คุณอาจจะรู้จักนิกในแง่ที่ผมไม่รู้ ซื่งก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณทำสำเร็จ แต่รับรองว่าไม่นาน ผมก็จะได้รู้จักนิกในส่วนนั้น ถึงตอนนั้น คุณก็จะไม่มีทางสู้ผมได้ เพราะคุณไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับนิก คุณรู้แค่ว่าจะต้องทำยังไงให้นิกตกเป็นของคุณ ”

กีรติโกรธแค้นกับสิ่งที่ได้ยิน เขาเองก็ทำใจอยู่แล้วว่า เมฆาจะต้องหยิบยกข้อได้เปรียบในการที่เขากับนิติพลรู้จักกันมานานกว่า ขึ้นมาข่มเขา เขารู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็รู้ว่าควรรับมืออย่างไรกับคนที่มาหยามเกียรติเขาถึงที่

“ ถึงฉันจะไม่ได้รู้จักนิกนานเท่านาย ถึงนายจะบอกว่านายผูกพันกับนิกมากมายแค่ไหน แต่นาย จะไม่มีวันได้รู้จักนิกในแบบที่ฉันรู้จัก ไม่มีวันได้สัมผัสนิกแบบที่ฉันได้สัมผัส เพราะว่า คนที่นิกต้องการ คือฉันคนเดียวเท่านั้น ”

บรรยากาศอึมครึมเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณห้องโดยพลัน เมฆารู้สึกเหมือนถูกกดดันด้วยคลื่นอะไรบางอย่าง จนเขาเองเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

“ ไปที่โต๊ะกินข้าวกันเถอะ นิกคงรอเราอยู่ ” กีรติหันหลังให้ ทำท่าจะเดินล่วงหน้าไป แต่แล้วเมฆาก็ทำให้เขาหยุด

“ คุณจะปล่อยนิกเมื่อไหร่ เมื่อหมดหนี้งั้นเหรอ บอกผมมาสิว่าเขาติดหนี้กับคุณเท่าไหร่ ”

“ ทำไม นายคิดว่านายจะมีปัญญาใช้หนี้คืนฉันได้แทนเขาอย่างนั้นเหรอ ”

“ ไม่ลองก็ไม่รู้ ”

“ งั้นฉันก็ขอบอกไว้เลยว่า หนี้ของนิก นายไม่มีทางใช้คืนแทนเขาได้ ”

“ ทำไมกัน เพราะอะไร มันมากมายมหาศาลนักอย่างนั้นเหรอ ผมก็มีเงินนะ บอกมาสิคุณต้องการเท่าไหร่ ”

“ หนี้ของนิก ไม่มีอะไรมาชดใช้ได้เท่าเทียมการที่นิกอยู่ที่นี่กับฉัน เพราะสิ่งที่ฉันต้องการเพื่อใช้หนี้คือ นิก เท่านั้น ”

แล้วกีรติก็เดินออกไป เมฆาแค้นใจตัวเองที่ไม่อาจทำอะไรได้ เขาเจ็บแค้นถึงกับต้องชกกำแพงจนมือช้ำแดง

ระหว่างที่รับประทานอาหารกัน ความเงียบงันก็ทำให้ทุกคนเริ่มอึดอัด แต่กีรติยังคงวางตัวได้สุขุมมากที่สุด เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บรรจงตักอาหารให้นิติพล แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารเหมือนไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น

“ อร่อยหรือเปล่า ” กีรติเอ่ยปากถาม เมื่อเห็นสองคนตรงหน้าตักอาหารเข้าปาก

“ อ… อร่อยครับ คุณติ อร่อยมากเลย เมฆนายว่าอย่างนั้นไหม ” นิติพลหันไปถาม แต่เมฆาไม่ได้ตอบ เขายังคงทานต่อไป

“ คงไม่อร่อยเท่าไหร่หรอกมั้ง ถ้ายังไงมันไม่ถูกปากนายก็ขอโทษด้วยแล้วกัน ”

“ คุณไม่ต้องขอโทษผมหรอก ผมต่างหาก ต้องขอบคุณคุณ ที่วันนี้อุตส่าห์เชิญมาถึงคอนโดสุดหรูของคุณเพื่อกินข้าวเย็นด้วยกันวันนี้ ”

“ แล้วนายชอบคอนโดของเราหรือเปล่าล่ะ ได้เดินดูทั่วหรือยัง ”

“ ยังไม่ทั่วครับ แต่ผมชอบห้องออกกำลังกายของคุณเป็นพิเศษ ” เห็นได้ชัดว่าเมฆาเริ่มจะป่วนแล้ว นิติพลไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาขอตัวออกไปล้างหน้า แต่เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

“ ฉันเป็นคนออกกำลังกายน่ะ ยิ่งได้ออกในร่มแบบนี้แล้ว ยิ่งทำให้ออกได้นาน ”

“ อย่างนั้นเหรอครับ ท่าทางคุณจะชอบออกกำลังนะครับ คงหนักไปทางทำงานใช้กำลังด้วยหรือเปล่า เลยต้องขยันออกกำลังด้วย ”

“ เปล่าหรอก ปกติงานฉันต้องใช้สมอง เพราะต้องควบคุมคนอื่นได้ แต่ว่าบางครั้ง ถ้ามีพวกที่พูดภาษามนุษย์ไม่เข้าใจอยู่บ้าง ก็ต้องมีการใช้กำลังทำให้เรื่องจบเร็วขึ้น ”

“ นี่… พวกคุณคุยเรื่องอะไรกันน่ะครับ ฟังไม่เห็นเข้าใจเลย ” นิติพลที่ทนนิ่งฟังอยู่พักใหญ่ เริ่มอดรนทนไม่ไหว ต้องขัดจังหวะขึ้น เพื่อทำให้บรรยากาศเย็นลง กีรติยิ้ม เมื่อเห็นนิติพลทำหน้าตาเป็นกังวล เขารักในส่วนนี้ของนิติพล ส่วนที่อ่อนโยน และอบอุ่น นิติพลคงไม่รู้ตัวว่าเขาทำให้กีรติเย็นได้ เพียงแค่มองกีรติด้วยดวงตาคู่นั้น

“ ไม่มีอะไรหรอกนิก เราก็คุยกันธรรมดานี่แหละ ใช่หรือเปล่าล่ะ เมฆา ”

“ … ”

“ งั้นก็ทานกันต่อเถอะครับ อาหารจะเย็นหมดแล้ว ”

“ คุณชอบการทำให้คนอื่นทุกข์ใจงั้นเหรอ ”

“ เปล่า… ฉันไม่เคยคิดอยากให้ใครเป็นทุกข์ร้อน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นอยากจะเป็นทุกข์เองหรือเปล่า ”

“ แล้วคุณคิดจะอุปการะนิกอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ”

“ นั่นไม่ใช่เรื่องของนาย ”

“ ต้องใช่สิ ผมอยากให้เพื่อนของผมเป็นอิสระ ไม่อยากให้ต้องถูกคุณจองจำอยู่แบบนี้ ”

“ เมฆ… พอได้แล้ว ”

“ นิกมีอิสระทุกอย่าง ฉันไม่เคยกักขังเขา ขอให้นายรู้ไว้ด้วย แล้วใช้คำพูดใหม่ให้ดีกว่านี้ ”

“ ถึงยังไง นิกก็คงไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอดหรอก นิกต้องมีชีวิตเป็นของเขาเอง ”

“ ฉันก็จะดีใจมากถ้ามันเป็นแบบนั้น ฉันอยากให้นิกมีความสุข ” 

“ ในฐานะที่เป็นลูกหนี้ชั่วชีวิตของคุณน่ะเหรอ ”

“ เมฆ หยุดนะ!

“ ในฐานะที่เป็น คนที่ฉันรัก ”

ระหว่างที่กีรติตอบนั้น เขาก็มองไปที่นิติพลโดยตลอด สายตาที่ทั้งคู่มองกันและกัน ทำให้เมฆาปวดร้าว และยิ่งปวดร้าวมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นกีรติสัมผัสนิตพลเยี่ยงคนรักกัน

“ นิกอยู่เฉยๆนะ ” กีรติเอื้อมมือข้ามฝั่งโต๊ะ พร้อมทั้งใช้นิ้วบาดคราบอาหารที่เลอะมุมปากของนิติพลออก แล้วก็เลียคราบนั้นออกจากมือ เมฆาเห็นดังนั้น จึงผุดลุกขึ้น

“ ผมอิ่มแล้ว ขอบคุณสำหรับอาหาร คงต้องขอตัวกลับก่อน ”

“ จะไปแล้วเหรอเมฆ ยังทานไปได้ไม่เท่าไหร่เลย “

“ พ… พอดีฉันเพิ่งนึกได้น่ะ ว่าต้องไปซื้อของให้ที่บ้าน นี่ก็เกือบสองทุ่มแล้ว คงต้องรีบไปก่อนห้างจะปิด ”

“ น่าเสียดายนะ นายยังไม่ได้ลองชิมของหวานเลย ”

“ ผมว่าผมได้รู้รสของมันแล้วล่ะครับ ผมขอตัวก่อน ”

“ เดี๋ยวสิ งั้น คุณติครับ เดี๋ยวผมลงไปส่งเมฆข้างล่างนะครับ ”

“ ไม่ต้องหรอก นายทานข้าวต่อเถอะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่มหาวิทยาลัยแล้วกัน สวัสดีครับคุณกีรติ ”

เมฆายกมือไหว้กีรติเพื่อลา แล้วก็เดินไปหยิบเป้มาสะพาย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“ เป็นอะไรของเขากันนะ ทำไมต้องมาหงุดหงิดหาเรื่องด้วย ขอโทษแทนเขาด้วยนะครับคุณติ ”

“ เขาคงไม่ค่อยชอบอาหารฝีมือของฉันละมั้ง ”

“ ไม่หรอกครับ อร่อยออกขนาดนี้ ”

“ งั้นก็คงเพราะไม่ชอบหน้าฉัน ”

“ … ”

“ ช่างเถอะ เขาอาจจะมีธุระจริงๆก็ได้ เราก็มากินกันต่อเถอะ ”

“ ขอโทษนะครับคุณติ อุตส่าห์ทำอาหารเสียเยอะแยะเลย ”

“ เธอไม่เห็นจะต้องขอโทษฉันเลย ฉันเป็นคนชวนเองนะ ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ”

“ … คุณติ โกรธเมฆหรือเปล่าครับ ”

“ ฉันยอมรับว่าไม่ชอบหน้าเขา ไม่ชอบให้เขาอยู่ใกล้เธอ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองหงุดหงิดแค่ไหนที่เห็นเขาแตะต้องเธอ แต่ยังไงเสียเขาก็เป็นเพื่อนที่เธอคบหามานาน ต่อให้ฉันอยากจะซัดเขาให้หน้าหงายแค่ไหน แต่ฉันก็ต้องทำใจยอมรับเขาให้ได้เหมือนกัน ทั้งหมดนั่นก็เพื่อนาย ฉันสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่นายเสียใจอีก ”

“ ขอโทษนะครับ คุณเลยต้องมากังวลเรื่องของผมอีก ผมเองก็ตกใจที่เขาคิดแบบนั้นกับผม ตลอดมาเขาไม่เคยมีท่าทีแบบนี้มาก่อนเลย ”

“ นั่นเพราะเขาไม่อยากจะเสี่ยงเสียเธอไป เธอมั่นใจเหรอว่า ถ้าเธอรู้ความรู้สึกของเขาแล้ว เธอจะยอมรับเรื่องนี้ได้ ”

“ … นั่นก็จริง เป็นไปได้ว่าหากผมรู้ความรู้สึกของเขามาก่อนหน้านี้ ผมอาจจะต้องหลบหน้าเขาก็เป็นได้ ”

“ แต่ฉันรู้ดี ว่าเธอไม่ทำอย่างนั้นหรอกนิก ฉันพนันได้เลย ”

“ ทำไมละครับคุณติ ”

“ เพราะเธอเป็นคนจิตใจดีที่สุดที่ฉันเคยรู้จักมา เธอจะไม่มีวันทำให้ใครปวดร้าวใจ แม้ว่าจนแล้วจนรอดก็อาจจะมีคนเสียใจเพราะเธอบ้าง แต่เธอจะไม่มีวันเป็นคนทำร้ายใครก่อนแน่นอน นิกผู้แสนอ่อนโยน ฉันคงไม่อาจปล่อยมือจากเธอได้ ”

กีรติลุกขึ้นยื่นหน้าไปจุมพิตที่หน้าผากของนิติพลอย่างแผ่วเบา ก่อนหยิบจานชามไปล้าง นิติพลรู้สึกใจเต้นแรงขึ้น เขาไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่า เพียงแค่เพราะคำพูดไม่กี่คำ กับจุมพิตที่หน้าผากเบาๆของกีรติ จะทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวได้ขนาดนี้ เขาเจ็บใจตัวเองที่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่กีรติเข้ามาในชีวิตเขา กลายเป็นกีรติที่เป็นผู้ควบคุมเขาไว้ได้หมด ทั้งร่างกาย และจิตใจ จนตอนนี้ เขาไม่แน่ใจแล้ว ว่าความเคียดแค้นฝังแน่นที่เคยมี ไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหนในจิตใจของเขา หรือไม่แน่ว่ามันจะเลือนหาย สลายไปหมดจากใจเขาแล้ว และถูกแทนที่ด้วยความลุ่มหลงแทน

ในคืนนั้นกีรติก็กอดเขาอีก จะว่าไปแล้วพวกเขาร่วมรักกันแทบทุกคืน ตั้งแต่เมื่อกีรติบอกรักนิติพล จากตอนแรกที่นิติพลทั้งกลัว ทั้งเกร็งจนร่างกายอ่อนล้า แต่จนถึงตอนนี้ที่เขาก็เริ่มชินแล้วกับการหลับนอนกับผู้ชายแล้ว แถมเขายังพบว่ากีรติทำให้เขามีความสุขได้มากมายเพียงใด  ยิ่งทำให้ทั้งคู่ผูกพันกันมากขึ้น

“ นิก…ลืมตามองฉันสิ “

“ คุณติ… ก็ผมอายนี่ครับ คุณติมองผมอย่างนั้น… ผมรู้สึกเหมือนว่า ดวงตาคู่นี้ของคุณกำลังกลืนกินผมเข้าไป ”

“ ฉันก็กำลังกลืนกินเธออยู่นี่ไงล่ะ มองฉันเถอะ ฉันเองก็อยากเห็นใบหน้าของเธอตอนที่เธอมีความสุข เธอก็ต้องมองให้เต็มตาเวลาที่ฉันกอดเธอ ฉันอยากให้เธอเห็นทุกสิ่งในตัวฉัน ทั้งร่างกาย ความรู้สึก และหัวใจ ”

กีรติพรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้า และลำคอของนิติพล กลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่จากตัวนิติพล ทำให้อารมณ์ของกีรติยิ่งร้อนแรงขึ้น เขาขยับเคลื่อนกายของเขาทั้งสองเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อของพวกเขาออกมาพราวทั่งร่าง

“ ค… คุณติ ร้อน… ร้อนครับ ผม… อา!

“ ทนไม่ไหวแล้วใช่ไหม ”

“ ครับ… คุณติ ผม…อ้ะ…อา!

“ นิก…!

ร่างของทั้งสองเกร็งพร้อมๆกัน พวกเขาก่ายกอดแลกเหงื่อและลมหายใจกันอยู่อย่างนั้น แล้วเป็นกีรติที่ยันกายขึ้นมองนิติพลอย่างเสน่หาเหลือประมาณ เขาปัดผมที่ละใบหน้า และลำคอขาวๆของนิติพล แล้วก็ก้มลงจูบที่ต้นคอ ไล่มาที่แก้ม และสุดท้ายก็ประกบริมฝีปากของเขาและนิติพลเข้าด้วยกัน นิติพลเองก็วาดแขนโอบรอบต้นคอของกีรติ โน้มร่างของเขาทั้งสองมาแนบชิดติดกัน กีรติจะจูบนิติพลอย่างอ่อนโยน ทุกครั้งที่ทั้งคู่ร่วมรักเสร็จ ทำให้นิติพลยิ่งเคลิ้มไปใหญ่ เขาชักเคยตัวแล้วกับการที่กีรติปฏิบัติกับเขาอย่างกับอยู่บนสรวงสวรรค์เช่นนี้

“ …คุณติครับ เรื่องเมฆ… ”

“ ขอทีเถอะ เวลาแบบนี้ เราอย่าเพิ่งพูดถึงคนอื่นเลยนะ ”

“ …วันนี้ตอนผมพาเมฆไปที่ห้องออกกำลังกาย ผมนึกถึงคุณ นึกถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกันในห้องนั้นเมื่อวาน เขาคงสังเกตเห็นได้ว่าผม… ปิดบังอะไรไว้ เขาจึงได้มาทำแบบนั้น ตอนที่เมฆสัมผัสผม ผมก็เริ่มรู้สึกหวั่นไหว แต่เป็นคุณ… ในหัวของผมมีแต่ภาพคุณลอยมา คุณทำให้ผมได้สติ ”

“ ดีจริง ที่ฉันเข้าไปอยู่ในหัวของเธอทันเวลา ก่อนที่เขาจะทำอะไรไปมากกว่านี้ ”

นิติพลหวนนึกถึงตอนที่เมฆาสัมผัสเขา แล้วก็นึกถึงคำพูดของเมฆาที่กระซิบข้างหูเขาว่า

…ลองให้ฉันสัมผัสนายดูบ้าง นายจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่นายต้องการ

แล้วเขาก็หวนนึกถึงเมื่อครั้งที่กีรติบอกรักเขา แล้วพวกเขาก็ร่วมรักกันอย่างสุขสมครั้งแรก

นิก อยู่กับฉันนะ เราจะมีความสุขด้วยกัน ฉันจะทำให้เธอจดจำฉันไว้ตลอดไป ให้เธอนึกถึงฉันเสมอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน กับใคร…

“ ผมต้องการคุณครับ คุณติ ”

“ หืม… อะไรกัน จู่ๆก็… ”

“ สัมผัสของคุณกับเมฆไม่เหมือนกัน ผมบอกเป็นคำพูดไม่ได้ แต่ผมรู้ว่ามันไม่เหมือนกัน “

“ ไม่เหมือนยังไง ไหนลองบอกมาสิ ”

“ ไม่รู้สิครับ แต่ผมไม่อยากถูกใครสัมผัสนอกจากคุณ คุณทำให้ผมเคลิบเคลิ้มได้มากกว่า หลงใหลได้มากกว่า ”

“ แน่นอน นั่นก็เพราะฉันรักเธอ ฉันจึงอยากให้เธอมีความสุขทุกครั้งที่เรากอดกัน เป็นฉันคนเดียวที่จะทำให้เธอมีความสุขแบบนี้ได้ แล้วอย่าเปรียบเทียบเรื่องแบบนี้อีกนะ ฉันไม่อยากให้เธอถูกใครสัมผัสทั้งนั้น ไม่ว่าหน้าไหนก็จะไม่มีวันได้มาเทียบเท่าฉัน ตัวเธอไม่ได้เป็นของเธอเพียงคนเดียวแล้วรู้ไหม ทุกส่วนในร่างกายเธอเป็นของฉัน ฉะนั้น อย่าให้ใครหน้าไหนได้สัมผัส แตะต้องเธออีก นอกจากฉันคนนี้ ได้ไหม ฉันขอร้อง ”

“ ครับ… ผมสัญญาว่าจะไม่ให้ใครแตะต้องผมได้อีก คนเดียวที่ผมจะยอมกอดด้วย จะมีแต่เพียงคุณเท่านั้นครับ ”

“ พูดแล้วอย่าคืนคำนะ ”

“ ด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองเลยครับ ฮิๆ “

“ ดีมากนิกคนดีของฉัน เอาล่ะ… พร้อมให้ฉันกอดอีกรอบแล้วหรือยัง ”

“เอ๋? 

“ เธอเป็นคนบอกเองนะว่าต้องการฉัน แล้วก็ทำให้ฉันมีอารมณ์ได้ขนาดนี้แล้ว จะรับผิดชอบไหม ”

“ … คุณติ ขี้โกง ผมไม่ได้หมายถึงต้องการแบบนั้นสักหน่อย ”

“ ก็แล้ว… เธอต้องการแบบไหนล่ะ บอกฉันมาสิ ”

นิติพลไม่ได้ตอบ ทั้งๆที่ในใจเขาบอกว่า เขาต้องการเพียงกีรติเท่านั้น ที่จะให้รักเขาทั้งหมด ทั้งร่างกาย และหัวใจ เขายินดีมอบให้แล้ว ไม่ว่าความสุขทั้งหมดตรงหน้านี้ จะเป็นเพียงแค่กระบวนการการใช้หนี้สำหรับกีรติหรือไม่ก็ตาม เขาไม่สนเรื่องใดๆอีกต่อไปแล้ว แล้วทั้งคู่ก็ร่วมรักกันอีกหลายครั้งหลายคราในคืนนั้น จนเกือบรุ่งสาง

ช่วงเย็นของวันรุ่งขึ้น กีรติพานิติพลออกไปรับประทานอาหารเย็นข้างนอกบ้าน มีสายโทรศัพท์เข้ามาที่คอนโดยามที่เขาทั้งคู่ไม่อยู่

“ …ติ นี่แม่เองนะ ทำไมไม่รับสายแม่เลย ติดต่อกลับแม่ด้วย เรามีเรื่องต้องคุยกันเกี่ยวกับคู่หมั้นของแก หนูศศิกานต์ ”

ระหว่างที่นิติพล และกีรติ กำลังเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารนอกบ้าน ในบรรยากาศอันแสนโรแมนติก บนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสองคนไม่มีทางล่วงรู้เลยว่า อุปสรรคครั้งใหม่ของทั้งสอง กำลังจะอุบัติขึ้น

One Trackback/Pingback

  1. โดย Juliet’s World « Anotherjuliet’s Weblog เมื่อ 05 ก.ค. 2009 เวลา 2:02 pm

    [...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 10 [...]

เขียนความคิดเห็น

*
*