ชีวิตใหม่
เช้าวันใหม่ที่ผมตื่นมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แม้นี่จะเป็นเช้าวันที่เจ็ดแล้วที่ผมตื่นมาในคอนโดของคุณติ แต่ผมก็ยังไม่ชินอยู่ดี ยิ่งเมื่อมองไปข้างตัวแล้วเจอผู้ชายอีกคนนอนอยู่ข้างๆแบบนี้ ผมยิ่งรู้สึกสับสน แม้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาไม่ได้แตะต้องตัวผมเลย แต่เขาก็ไม่ยอมให้ผมไปนอนห้องของตัวเอง เขาบอกผมแต่เพียงว่า
“ ฉันบอกยังไง ก็ทำตามเถอะน่า ฉันง่วงแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วย แล้วอย่าคิดหนีออกไปกลางดึกล่ะ เจอดีแน่ “
เขาน่ะอาจจะหลับปุ๋ยทันทีที่หัวถึงหมอน แต่เป็นผมเองที่ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ จริงอยู่ว่าเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่หลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้น ผมยอมรับเลยว่า ไม่สามารถลบภาพเหล่านั้นออกไปได้ ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงยังคิดถึงมัน ทั้งๆที่คิดว่าเป็นความทรงจำอันเลวร้าย เป็นตราบาปติดตัว เป็นสิ่งที่ทำร้ายหัวใจของผมจนแหลกสลาย
ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดเรื่องต่างๆอยู่นั้น ก็พอดีที่คุณติรู้สึกตัวตื่น เขาค่อยๆ เอี้ยวตัวหันมาหาผม หน้าตาตอนเพิ่งตื่นของเขา ก็ดูเหมือนชายหนุ่มขี้เซาธรรมดาๆคนนึง
“ อรุณสวัสดิ์นิก ”
“ อ…อรุณสวัสดิ์ครับ ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจังล่ะครับ วันนี้วันอาทิตย์นะ “
“ เพราะวันอาทิตย์สิถึงต้องตื่นแต่เช้า ฉันอยากใช้เวลาวันนี้ทั้งวันอยู่กับนาย “ เขาเขยิบมาใกล้ แต่ผมลุกจากเตียงเสียก่อน
“ เออ… เช้านี้จะทานอะไรดีครับคุณติ “
“ ขอเหมือนเดิมนั่นแหละ “
“ งั้นคุณติไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ ผมจะลงไปเตรียมอาหารเช้าให้ ”
จริงๆแล้ว หลายวันมานี้คุณติยุ่งตลอด เราเจอกันแค่ตอนทานอาหารเช้า และตอนเข้านอน เคยมีวันหนึ่งที่ผมเข้านอนก่อนที่ห้องของตัวเอง แต่แล้วพอเช้ามาก็พบว่าตัวเองนอนในห้องคุณติ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะชินกับการมีคนนอนด้วยตลอด คงมีใครต่อใครมากมายมาที่นี่ ใช้เวลาในยามกลางคืนร่วมกับเขาไม่เว้นวัน หรือไม่ก็เห็นผมเป็นของเล่น จะจับไปตั้งไปวางที่ไหนก็ได้
“ คุณติครับ ถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ ”
“ ว่ามาสิ ” เขาตอบผม ในขณะที่จิบกาแฟพลาง อ่านหนังสือพิมไปพลาง
“ …เอ่อ ไม่มีอะไรครับ ขอโทษที ” ผมคิดได้ว่าคงไม่เป็นการดีที่จะมายั่วโมโหเขาในวันสบายๆแบบนี้
“ มีอะไรก็พูดออกมาสิ ”
“ ไม่มีอะไรจริงๆครับ ”
“ เฮ้อ… เราอยู่ด้วยกันนะนิก ถ้านายมีอะไรแล้วไม่พูดไม่บอก ฉันก็ไม่มีทางจะอ่านใจนายได้หรอก จริงไหม ”
“ ค..ครับ ”
“ เอาเถอะ วันนี้เป็นวันหยุดแรกของเรา ฉันจะไม่บังคับขู่เข็ญอะไรนายหรอกนะ ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด เดี๋ยวสายๆเราไปห้างด้วยกัน ถ้านายอยากได้อะไรก็ไปหาซื้อได้เลย ยังมีของจำเป็นอีกหลายอย่างที่เราต้องหาซื้อมาให้นายกันอีก ”
“ ไม่ต้องลำบากหรอกครับคุณติ ”
“ แต่ฉันลำบาก ถ้านายอยู่ไม่สบาย ฉันก็จะมีหน้าไปบอกคุณอาเอกพล ได้ยังไงว่าดูแลนายได้เป็นอย่างดีจริงหรือเปล่า ”
“ คุณพ่อบอกคุณให้ดูแลผมเหรอครับ ”
“ ป… เปล่าหรอก ก็ในเมื่อพ่อนายเป็นลูกหนี้ฉัน มันก็เป็นธรรมดาที่ฉันต้องดูแลสมบัติขัดดอกของฉันให้ดีไม่ใช่หรือ ”
สมบัติขัดดอกงั้นเหรอ… นั่นสินะ เราไม่น่าจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ได้
“ จริงด้วยสินะครับ… ”
“ อ…เอ่อ เดี๋ยวนิก ”
“ ผมจะไปตั้งเครื่องซักผ้าไว้ครับ แล้วก็ทำความสะอาดห้องให้ด้วย ถ้าคุณติจะไป ก็เรียกผมแล้วกันนะครับ ”
ผมไม่น่าคิดจะยกตัวเองให้ดูดีขึ้น ไม่น่าจะมีหวังอะไรอย่างนั้น ผมคงเสียสติไปแล้วที่ไปรู้สึกอะไรกับคนที่ทำร้ายผมกับครอบครัว เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะมาใจดีกับ “สมบัติขัดดอก” อย่างผม
ขณะที่ผมกำลังวางจานชามลงในอ่าง คุณติก็เดินเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังของของ สองมือวางลงบนบ่าของผมเบาๆ เขาเลื่อนหน้าลงมาใกล้ พูดกระซิบพอให้ผมได้ยินว่า
“ ขอโทษนะ ฉันไม่ได้คิดกับนายแบบนั้น นายไม่ได้เป็นสมบัติขัดดอกหรือสิ่งของ ไม่ใช่เลย ”
“ ไม่สำคัญหรอกครับ อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะเป็นอะไร ชีวิตของผมก็อยู่ในมือของคุณแล้ว ”
“ สำคัญสิ เพราะที่ฉันต้องการจริงๆก็คือ… ”
คุณติบีบมือแรงขึ้นจนผมสะดุ้งเพราะเจ็บ แล้วจู่ๆคุณติก็ปล่อยมือทั้งสองข้าง เดินเลี่ยงขึ้นห้องไป ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากคนที่ไม่เหลืออะไรอย่างผม หากจะหาใครมารับใช้บำรุงบำเรอเขา ก็คงไม่ยาก เขาทั้งรูปงาม หน้าที่การงานมั่นคง ชื่อเสียงโด่งดัง มีแต่คนอยากเข้าหาเขา แต่กับเขาแล้ว ผมมีค่าน้อยกว่ากรวดหินก้อนดินด้วยซ้ำ ตัวเขาเองก็อันตรายเกินกว่าที่ผมจะใกล้ชิดด้วย อย่างน้อยในตอนนั้นผมก็คิดเช่นนั้น
เราไปเดินห้าง จับจ่ายซื้อของใช้ ผมไม่เห็นคุณติค่อยซื้ออะไรให้ตัวเอง มีแต่ซื้อให้ผม ทั้งๆที่ผมก็คอยบอกอยู่ทุกครั้งที่จะซื้อว่าไม่ต้องการ แต่ก็ดูจะไม่เชื่อฟังกันเลย แล้วคุณเรวัติเอง แม้เป็นวันอาทิตย์ก็ยังตามมาช่วยถือของ คงเพราะคุณติเรียกมา ข้าวของที่มากมายนั้น ต้องขอบคุณที่มีคุณเรวัติมาช่วย ไม่อย่างนั้น ผมก็มองไม่เห็นทางว่าจะเอามันกลับไปได้อย่างไร
“ ขอโทษนะครับ คุณเรย์หนักหรือเปล่าครับ “ เราสนทนากันอยู่หน้าร้านกระเป๋าร้านหนึ่ง คุณติเข้าไปในร้านเพื่อเลือกดูสินค้า ส่วนผมกับคุณเรวัติยืนรออยู่หน้าร้าน
“ สบายมากครับคุณนิก ”
“ ว่าแต่คุณติเรียกคุณมาเหรอครับ “
“ คุณนิกอาจจะยังไม่รู้ ผมพักอยู่ใกล้ๆนี่เอง วันอาทิตย์ผมจะมีสอนเทควันโด้ที่ห้างนี้ช่วงเช้า นายแค่บอกว่าจะมาที่นี่กับคุณนิก ผมเลยอาสามาช่วยหลังสอนรอบเช้าเสร็จน่ะครับ “
“ คุณเรวัติสอนเทควันโด้ด้วยเหรอครับ เก่งน่าดูเลยสิครับเนี่ย “
“ ไม่หรอกครับ แล้วคุณนิกล่ะครับเล่นเทควันโด้เป็นหรือเปล่า “
“ ผมไม่มีพรสวรรค์ทางนี้เลยครับ สงสัยว่างๆต้องมาลองเรียนกับคุณเรย์บ้างแล้วฮะ “
“ ผมไม่ได้ครึ่งของนายหรอกครับ ถ้าอยากเรียน เรียนกับนายดีกว่าครับ นายน่ะเป็นทั้งเทควันโด้ ยูโด มวยไทย จะอะไรก็ตาม ถามนายดูเถอะครับ นายเก่งหมด นายน่ะ ได้ทั้งบุ๊นทั้งบู๊เลยครับ “
“ เอ่อ… ผมเองก็พอจะสังเกตเห็นแล้วล่ะครับ “
“ ว่าแต่คุณนิกคงตื่นเต้นแย่แล้วสิครับ ที่วันจันทร์นี้จะได้กลับไปเรียนอีกครั้งหนึ่งแล้ว “
“ เอ๋.. กลับไปเรียน เรียนอะไรกัน หมายถึงเรียนที่มหาวิทยาลัยน่ะหรือครับ”
“ อ้าว นี่นายยังไม่ได้บอกคุณเหรอครับเนี่ย แย่แล้ว สงสัยนายคงอยากจะเซอร์ไพรส์คุณแน่ๆเลยครับ ผมนี่ก็หลุดปากบอกไปเสียแล้ว ไหนๆก็ไหนๆ ผมบอกเลยก็ได้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาน่ะครับ นายไปติดต่อเรื่องเรียนต่อให้คุณหมดแล้ว นายไปที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองทุกวันเลยนะครับ ไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน แถมนะครับ นายยัง… “
“ นี่ คุยอะไรกันน่ะ ” เสียดายจริงๆ ยังฟังได้ไม่จบเลยคุณติก็เดินเข้ามา ผมไม่รู้เขาได้ยินที่เราคุยกันหรือเปล่า คุณติยื่นถุงใบหนึ่งมาให้ผมถือไว้ พูดคำสองคำ ประมาณว่าซื้อให้ผม แล้วคุณติก็หันไปทำท่าขึงขังใส่คุณเรวัติ
“ อ๋อ… ผมกำลังบอกคุณนิกว่านายน่ะ จะมีเซอร์ไพรส์อะไรจะบอกคุณนิกคืนนี้ พร้อมเรื่องพิเศษๆอีกด้วย ”
“ เรย์… นี่นายหัดเอาความลับของเจ้านายมาขายแล้วอย่างนั้นเหรอ เสียแรงที่ฉันไว้ใจนายนะ สงสัยต้องตัดเงินเดือนให้รู้สำนึกบ้างแล้ว ”
“ อุ้ย… อย่านะครับนาย ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยมีเงินจะรับประทานอยู่แล้ว ผมเลยต้องมารับจ๊อบนอกแบบนี้ ”
“ อ้าว… นี่นายว่าฉันขี้เหนียวเหรอ ”
ช่างเป็นภาพที่ผมไม่คาดว่าจะได้เห็นจริงๆ เป็นภาพของคุณติหยอกล้อกับคุณเรย์อย่างสนิทสนม คุณติดูเป็นกันเองมากๆ ผิดกับเวลาปกติ ที่คุณติจะเคร่งขรึม และเย็นชา คุณติจะแต่งตัวอยู่ในสูทตลอดเวลา ทรงผมหวีเข้าทรง ดวงตาที่เย็นชา ไร้แววสดใส ยากคาดเดาความคิดอ่านได้ ใบหน้าที่ขรึม จนบางครั้งดูดุดัน ท่วงท่าต่างๆสง่างาม แต่น่าสะพรึงกลัว แต่มาวันนี้คุณติดูเหมือนผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ผมดูยุ่งเหยิง ไม่เรียบจนเกินไป เขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำตัวที่ผมรีดให้ กับกางเกงยีนส์ที่แนบขา ทำให้ขาที่เรียวยาวอยู่แล้วนั้น ยิ่งดูยาวสมส่วน หลายครั้งที่ผมเห็นผู้หญิงมองตามคุณติชนิดต้องเอี้ยวตัวมอง แม้แต่ผู้ชายก็ไม่วายต้องจ้องคุณติไม่น้อยกว่าสองสามวินาที ตัวผมเองก็ยอมรับว่า วันนี้ผมมองคุณติต่างไป
“ นี่นายครับ เลิกสนใจผมดีกว่า เมื่อกี้คุณนิกบอกว่าอยากเรียนเทควันโด้กับผมน่ะครับ นายอนุญาตหรือเปล่าครับ ”
“ เอ๋… ”
“ นายอยากเรียนเทควันโด้งั้นเหรอ ทำไมไม่บอกฉัน ให้ฉันสอนให้ก็ได้ ที่บ้านก็มีห้องออกกำลังกาย ”
“ เอ่อ… คือ ไม่เอาดีกว่าครับ ผมคงสู้แรงคุณติไม่ไหว ผมไม่อยากเจ็บตัวอีก… ”
เมื่อตาเราสองคนประสานกัน เราต่างคนต่างก็นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น คุณติเริ่มหน้าแดง มือข้างนึงยกขึ้นปิดปาก อีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เหมือนจะแก้เก้อ ผมก็ได้แต่หลบตาไป
“ เขาไม่ได้ใช้กันแต่แรงอย่างเดียวหรอก กีฬาน่ะ ”
“ … ”
“ อะแฮ่ม… เอ่อ นายจะกลับหรือยังครับ ผมจะไปส่งที่รถ ”
“ อืม นิกคงไม่อยากได้อะไรแล้วใช่ไหม ”
“ ครับ ที่เห็นอยู่นี่ก็เกินพอแล้วครับ ”
“ งั้นไปกันเถอะครับ ”
ติดตามตอนต่อไป…
One Trackback/Pingback
[...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 5 [...]