ภาระ หน้าที่ หัวใจ ความรัก
นิกหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยา และความเหนื่อยอ่อน ผมไม่เคยรู้สึกสงสารเขาจับใจเท่านี้มาก่อน ไม่เคยรู้เลยว่าเขาลำบากแค่ไหน ในการใช้ชีวิตโดยไม่มีใครเหลือเลย ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน ก่อนผมจะรับเขามาอยู่ด้วย ผมได้ให้คนมาคอยตามดูเขา ว่าใช้ชีวิตอย่างไร คนของผมรายงานว่า เขาดรอบเรียนไว้อย่างไม่มีกำหนด เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าหน่วยกิจ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร หรือว่าออกไปไหน วันๆแทบไม่ได้กินอะไร เท่าที่รู้ก็คงกินพอประทังชีวิต ทั้งที่ผมรู้ แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ในทันที จริงๆแล้วนิกเองคงไม่รู้ตัวว่า เขามีปัญหาอีกหลายอย่าง หนี้สินที่ครอบครัวเขาติดอยู่กับผมนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย ผมพร้อมจะยกให้ทุกเมื่อ แต่ทรัพย์สินที่ก่อนหน้านั้นคุณอาไปทำธุรกรรมไว้กับเจ้าหนี้รายอื่น บ้านและที่ดินที่คุณอาเอกพลนำไปจำนอง การกู้ยืมธนาคาร หรือแม้แต่หนี้นอกระบบอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน ล้วนแล้วแต่รอวันจะถาโถมเข้ามาทวงถามเอาจากเขา แน่นอนว่าผมจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น ผมจะไม่ยอมให้พวกคนมือสกปรกพวกนั้นมาข้องแวะกับเขา มาเข้าใกล้เขา ผมจึงใช้เวลาหนึ่งเดือนเจรจาประนอมหนี้ให้ ส่วนหนึ่งผมก็ชำระไปให้เลยได้ แต่บางส่วน อย่างบ้านที่กำลังจะถูกธนาคารยึด และทรัพย์สินอื่นๆ ผมก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก วันนี้ผมซื้อบ้านคืนมาได้ แต่ทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ก็เกินกว่าที่ผมจะสืบเสาะ ตามเอาคืนมาให้ได้ทั้งหมด จึงต้องยอมปล่อยให้เจ้าหนี้แต่ละที่มายึดเอาไป แต่ผมก็ปฏิญาณกับตัวเองว่า วันหนึ่งผมจะทำให้นิกมีครบเหมือนเดิม หรือเติมให้เขามากกว่านั้น เท่าที่ชีวิตนี้ของผมจะให้เขาได้ ผมอยากจะบอกรายละเอียดเรื่องเหล่านี้กับเขา เพื่อให้เขาคลายกังวล แต่หลังจากที่ผมทำร้ายเขาไปแล้ว เรื่องราวมันก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมตั้งใจ นิกเองก็เป็นคนมีฐิถิมาก อย่างไรเสียเขาก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง หากเขารู้ว่าผมทำอะไรลงไปบ้าง ไม่แน่ว่าเรื่องราวต่างๆอาจจะเลวร้ายลงก็เดิมก็เป็นได้ หากเขายังไม่พร้อมเปิดรับ และยอมเข้าใจในตัวผม ตราบที่ทุกอย่างยังดำเนินไปทางนี้ ผมก็คงต้องเก็บความลับนี้ไว้ต่อไป เพื่อจะให้เขาได้อยู่กับผมให้นานที่สุด
ตอนมาถึงที่ตึกออฟฟิศของผม นิกก็ยังไม่ตื่น
“ นายครับ ให้ผมช่วยพาคุณเขาขึ้นไปไหมครับ ”
“ ไม่เป็นไร วีระรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันลงมา ”
ผมช้อนตัวนิกขึ้น เขาตัวเบาโหยงเลย แขนผมทั้งสองข้าง ช้อนร่างของเขาไว้ได้ทั้งหมด ผมเดินเข้าลิฟท์ด้านติดโรงจอดรถ เมื่อเปิดออก ที่ออฟฟิศก็มีคนมาทำงานกันแล้ว ชั้นผมมีคนสนิททำงานอยู่กับผมไม่กี่คน คนแรกก็เรวัติ คนที่เหมือนเป็นพี่น้องของผมมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเป็นลูกชายของคุณชิดชาย ที่ปรึกษาคุณพ่อผม ซึ่งตอนนี้ ท่านทั้งสองก็อยู่สาขาที่อเมริกา เรวัติเป็นทั้งที่ปรึกษา บอร์ดี้การ์ด คนรับใช้ส่วนตัว และก็เพื่อน ในยามนอกเวลางาน ผมสามารถพูดคุยเรื่องต่างๆกับเขาได้อย่างเปิดเผย อีกสองคนคือ ทศวิช และมานพ เป็นเจ้าหน้าที่ประจำออฟฟิศ คอยจัดแจงเรื่องเอกสารต่างๆให้ผม ต้องขอบคุณสองคนนี้ ที่คอยจัดการเรื่องจุกจิกทั้งหมดให้ ในยามที่ผมไม่มีสมาธิจะทำงานแบบนี้ แต่นอกจากเรื่องเอกสารแล้ว สองคนนี้เป็นแขนขาของผมได้เป็นอย่างดี เวลามีเหตุการณ์อะไร ผมสามารถวางใจให้ทั้งคู่ช่วยสะสางแทนได้ คนสุดท้ายก็วีระ คนขับรถประจำตัว ปกติถ้าเขาไม่ได้ขับรถ เขาก็จะคอยรับงานต่อจากเรวัติ เขาทำหน้าที่สืบข่าวให้ผมได้เป็นอย่างดี ก็เหมือนกับสายลับดีๆนั่นเอง
พอเปิดประตูออฟฟิศเข้าไป ทุกคนก็หันมามองผมเป็นตาเดียว ทศวิชที่ทำท่าจะยื่นแฟ้มเอกสารให้ ก็หยุดในทันที และกุลีกุจอจะเข้ามาช่วย แต่พอผมส่ายหัว ก็เป็นอันรู้กันว่าให้อยู่ห่างไว้ ผมบอกให้ทุกคนรู้เรื่องนิกคร่าวๆแล้วก่อนไปรับตัวเขา จึงไม่มีใครตกใจใคร่ถามเท่าไหร่
“ ใครช่วยเอาผ้าชุบน้ำเย็น กับน้ำแก้วหนึ่งเข้าไปในห้องให้ฉันด้วย ”
“ ผมเองครับนาย ” มานพรีบเข้าไปในห้องครัวเล็ก เพื่อจัดเตรียมตามที่ผมสั่ง
“ ทศวิช เอาเอกสารตามเข้ามาเลย อีกเดี๋ยวฉันจะต้องไปที่วู๊ดเด้น ทรัส อะไรที่ไม่ด่วน เก็บไว้ก่อน แล้วฉันจะรีบกลับมาสะสางต่อตอนเที่ยง ”
“ ได้ครับนาย ”
ผมเปิดห้องเข้าไป วางร่างของนิกลงที่โซฟา ปกติผมก็นอนที่นี่ถ้างานเยอะจนต้องสะสางกันข้ามวันข้ามคืน นิกดูจะหนาวสั่นเพราะอุณภูมิแอร์ที่แรงกว่าข้างนอก ผมถอดเสื้อสูทของผมคลุมร่างเขา ก็ดูจะทำให้อาการหนาวบรรเทาลง ทศวิชที่ยืนมองดูผมอยู่เงียบๆ สะดุ้งเฮือกเมื่อผมหันกลับไปอย่างเร็ว
“ เอ่อ… เอกสารสำหรับเข้าประชุมครับนาย แล้วก็รบกวนเซ็นใบเบิกอีกสองใบด้วยครับ “
“ ข… ขอบใจ “ ผมปั้นหน้าไม่ถูก เมื่อตัวเองแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นอย่างออกนอกหน้า ปกติผมไม่เคยปฏิบัติเช่นนี้กับใคร ผมคนนี้ที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากแม่ เพราะท่านเสียตั้งแต่ผมยังอายุไม่ได้ขวบดี มีเพียงพ่อ ที่คอยสั่งสอนเรื่องการเป็นคนเหนือคนให้ผม เพราะธุรกิจของตระกูล ที่อยู่ในด้านมืด และสว่าง หากผมไม่แข็งแกร่งพอ ก็ไม่สามารถรับช่วงต่อมาจากท่านได้ จึงไม่น่าแปลกใจ หากจะมีแต่คนเกรงกลัวผม ข่าวลือต่างๆนานาเกี่ยวกับตัวผม ทั้งเรื่องความโหดเหี้ยม ร้ายกาจ และเด็ดขาด ผมไม่สนว่าทั้งหมดจะจริงมากน้อยแค่ไหน ตราบใดที่มันทำให้คนอยู่ใต้อำนาจผมได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาแก้ไขมัน แต่กับนิก ส่วนนั้นของผม อาจจะทำร้ายเขาไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ผมกำลังหนักใจ ว่าจะทำอย่างไรให้เราสองคนใช้ชีวิตด้วยกันได้อย่างสงบสุข ทำอย่างไรผมถึงจะปกป้องเขาจากความโสมม และโหดร้ายของสังคมที่ผมอยู่ได้
“ ผ้ากับน้ำมาแล้วครับนาย ” มานพเข้ามาพร้อมอ่างน้ำใบเล็ก ใส่น้ำกับน้ำแข็งไว้ เขาวางลงที่โต๊ะรับแขก และหันมามองว่าผมจะสั่งอย่างไร
“ นี่เอกสาร สั่งเบิกเงินออกมาได้เลย และชำระให้กับเจ้าหนี้ของคุณอาเอกพลเต็มจำนวน แล้วก็ขอบใจมากสำหรับเอกสารการประชุม มานพด้วย … ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ พวกนายช่วยดูแลนิกแทนฉันด้วย อย่างที่พวกนายรู้ นิกจะมาอยู่กับฉัน ตอนนี้นิกไม่สบาย ถ้าเกิดเขาต้องการอะไร ก็หาให้ได้เลย ไม่ต้องรอคำสั่งจากฉัน แล้วฉันจะรีบกลับมาทันทีที่ประชุมเสร็จ “
“ รับทราบครับนาย เราจะดูแลคุณนิติพลให้เองครับ ขอให้นายวางใจ “
“ ถ้างั้นก็ฝากด้วย เอาล่ะ พวกนายออกไปก่อน “
“ ครับนาย ”
เมื่อทุกคนออกไป กีรติก็เดินตรงมาที่ข้างโซฟา เขานั่งลงมองนิติพลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผาก แต่ต้องกระชากมือออกทันที เพราะตัวของนิติพลร้อนขึ้นกว่าเดิมมาก เขารีบนำผ้าชุบน้ำ เช็ดที่หน้าผากและต้นคอเพื่อลดอุณภูมิในร่างของนิติพล เขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของนิติพลออก เพื่อเช็ดตามลำตัว ผิวขาวเนียนนั้น ทำให้คลื่นอารมณ์เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แต่เขาก็พยายามสลัดมันออกไป ค่อยๆบรรจงเช็ดร่างของนิติพลอย่างทะนุถนอม ทั้งแผ่นอก และแผ่นหลัง มีบางครั้งที่เขาต้องเบือนหน้าหนี เพราะเห็นร่องรอยประทับจูบ และรอยช้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ เขาละอายใจ แต่ก็รู้ดีว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้แล้ว เขาค่อยๆติดกระดุมเสื้อเข้าให้นิติพลเหมือนเดิม แล้วก็โอบกอดร่างของนิติพลไว้แนบอก พยายามกระซิบเรียกเบาๆที่ข้างหูให้นิติพลตื่น
“ นิก ตื่นเถอะ นิก… นายต้องกินยาอีกครั้งนะ ”
แต่นิติพลยังคงนอนนิ่งอยู่ในวงแขน หายใจเป็นจังหวะเนิบๆ บ่งบอกว่าเขายังคงหลับลึก กีรติ หยิบยาลดไข้ออกมาจากซอง พยายามจะให้นิติพลอ้าปากกินเอง แต่ก็จนปัญญา เวลาก็เหลือน้อย เขายังต้องไปทำภารกิจอีกมาก จึงตัดสินใจหยิบยาใส่ปากตัวเอง คว้าน้ำมาดื่มตาม แล้วค่อยๆป้อนลงที่ปากของนิติพล สัญชาตญาณบอกให้นิติพลพยายามกลืนสิ่งที่เข้ามาในปากลงไป เพื่อไม่ให้ต้องสำลัก สุดท้ายเขาก็กลืนยาลงไปได้ในเวลาไม่นาน กีรติถอนริมฝีปากออกช้าๆ ค่อยๆวางร่างของนิติพลลงนอนเช่นเดิม มือที่ใหญ่โต และหยาบกร้านของเขา ลูบที่ศีรษะของนิติพลอย่างนึกรัก
“ แล้วฉันจะรีบกลับมานะ วันนี้เราจะกลับบ้านด้วยกัน ”
กีรติรู้สึกตัวว่าสายแล้ว ก็รีบคว้าแฟ้มเอกสาร แล้วผลุนผลันออกไปโดยเร็ว แม้ใจจริงแล้ว เขาอยากจะอยู่ดูแลนิติพลอยู่ข้างกาย ไม่อยากห่างแม้วินาทีเลยก็ตาม
“ พี่นพดูนายสิ น่ารักจริงๆ ดูแล เอาอ๊กเอาใจคุณนิกจนลืมประชุมไปเลย ปกติงานนี่มาก่อนสงครามโลกอีกนะเนี่ย ”
“อ่าวๆ ปากดีแล้วไงละเอ็ง แซวนายเหรอ ระวังจะหัวขาดไม่รู้ตัว เอ็งมีอะไรก็ไปทำเลยไอ้ท๊อบ เดี๋ยวนายกลับมางานไม่เสร็จล่ะ เอ็งจะซวย ”
“ แหม ผมก็พูดตามที่เห็นเองนะพี่ นายไม่เคยทำกับใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ ขนาดแฟนนายคนก่อน สวยหยาดฟ้ามาดิน นายยังทิ้งซะไม่เหลือเยื่อใย สงสัยท่าทางนายจะแพ้ทางคุณชายคนนี้เข้าให้แล้ว “
“ เขามีสัญญาใจกับคุณเอกพล ว่าต้องดูแลคุณนิกแทน ก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอที่เขาจะต้องทำดีกับคุณนิกเขา ”
“ พี่นพว่าแค่นั้นเหรอ แต่ผมว่ามากกว่านั้นนะพี่ ”
“ จะเลิกได้หรือยังหะเอ็งเนี่ย ” “ เออๆ ไม่พูดและ… ว่าแต่คุณนิกนี่หน้าสวยเหมือนผู้หญิงเลยเนอะ มิน่านายถึงได้… โอ้ย! ”
“ เอ๊ะ ไอ้นี่ จะวิพากษ์วิจารณ์อีกนานไหม ไปทำงานไป๊! ”
มานพ และทศวิช ต่างรู้ดีว่า กำลังจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเจ้านายที่เขาเคารพรัก และคนที่ทำให้เปลี่ยน ก็ยังไม่รู้ตัวเลย ว่าตัวเองมีความสำคัญกับนายน้อยของพวกเขามากมายขนาดไหน ทั้งสองคนไม่ได้พูดจากันเรื่องนี้อีก ได้แต่แอบคิดเอาเองในใจว่าเรื่องราวต่างๆจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไป
การประชุมที่บริษัทวู๊ดเด้น ทรัสเพิ่งเริ่มไปได้ราวสิบนาทีก่อนผมไปถึง เรวัติที่นั่งฟังการประชุมอยู่ก่อนได้เปิดสปีกเกอร์โทรศัพท์ของเขา ให้ผมได้ยินเสียงการสนทนาในที่ประชุม จึงทำให้ผมได้เข้าไปประชุมอย่างไม่ขาดเนื้อหาใดๆ
“ คุณกีรติมาพอดี เรากำลังจะขอเจรจาเลื่อนกำหนดวันชำระหนี้ออกไป เพราะจากที่คุณกีรติอาจจะทราบข่าวมาแล้ว ว่าไตรมาสแรกนี้ บริษัทของเราขาดทุนกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ประกอบกับ ระยะเวลาการชำระหนี้ ที่ค่อนข้างจะถี่กว่าที่ควร ผมจึงขอให้คุณกีรติ กรุณานำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาดู เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการเลื่อนการชำระหนี้ให้เราออกไปหน่อย อย่างน้อยๆ ก็เพื่อเห็นแก่มิตรภาพอันเก่าก่อนที่ผมเองเคยมีกับคุณธีรกิจ คุณพ่อของคุณ “
ผมละเกลียดไอ้ประโยคนี้จริงๆ การที่เอาชื่อพ่อผมมาอ้างฟุ่มเฟือย หวังว่าจะให้ผมเกรงใจ ต่อให้หัวหงอกหัวดำ ผมก็ไม่สน พ่อก็คือพ่อ ผมก็คือผม เรามีวิธีการจัดการสิ่งต่างๆไม่เหมือนกัน
“ คุณลุงประภาสครับ ผมก็เห็นใจอยู่ ถ้าหากธุรกิจของคุณลุงจะขาดทุนไปจริงๆด้วยน้ำพักน้ำแรงเต็มที่ลงทุนทำไปเต็มที่แล้ว แต่เท่าที่ผมทราบ คุณลุงไม่ได้ขาดทุนไปเพราะก้มหน้าก้มตาทำงานหรอก แต่เป็นเพราะไปลงทุนทำธุรกิจค้าเนื้อสดอยู่เบื้องหลัง และกำลังจะถูกดำเนินคดี ที่ผมพูดเป็นความจริงหรือเปล่าครับ “
“ นี่! นายพูดอะไรน่ะ ยังไงก็น่าจะไว้หน้าฉันบ้างนะ ในนี้มีกรรมการบริษัท และหุ้นส่วนอีกหลายคน ถ้าจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น ก็ขอให้เกรงใจหัวหลอกหัวดำกันบ้าง ” เขาเก็บอาการไม่อยู่อย่างที่ผมคาดไว้เลย ตาแก่ตัณหากลับเอ้ย
“ ท่านกรรมการ และหุ้นส่วนผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมไม่ได้เอาเรื่องหลอกเด็กมาขายในที่ประชุมนี้หรอกนะครับ เวลาผมพูดอะไร ผมก็ต้องมีหลักฐาน เรวัติ เอาเอกสารนี่ไปแจกให้ทุกท่านดู “
“ ครับนาย “ เมื่อทุกคนได้เอกสาร ก็เริ่มมีเสียงถกเถียงกันขึ้น ตาแก่ประภาสเอง ก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“ นี่เป็นสำนวนฟ้องจากทางกรมตำรวจ เรื่องคดีที่คุณลุงประภาสที่ผมเคารพเข้าไปพัวพัน อีกทั้งสัญญาซื้อขายสาวๆหลายฉบับ จากประเทศรัสเซีย ที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ของคุณลุง ช่วยบอกหน่อยสิครับ ว่าเอกสารนี่ เป็นความจริงหรือเปล่า “
“ แก! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน นี่แกไปเอาเอกสารมาได้ยังไงกันหะ! “
“ โถ.. คุณประภาส ท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ รู้ไว้เลยนะครับ ว่าคุณกำลังคุยอยู่กับคนที่กุมชะตาชีวิตบริษัทนี้ไว้ ไม่ว่าคุณจะย่างก้าวทำอะไร ทุกอย่างอยู่ในสายตาผม และขอให้รู้ไว้เลยว่า เอกสารนี้เป็นของจริง แม้อยู่ในที่ที่ไม่มีใครหามันเจอ ผมนี่แหละจะเป็นคนเปิดโปงมันเอง “
กรรมการผู้จัดการ พร้อมทั้งบรรดาหุ้มส่วนเริ่มแตกคอกัน หันหาทางเอาตัวรอดต่างๆนานา สบถพ่นด่ากันและกัน จนไม่เหลือคราบของนักธุรกิจที่น่าเกรงขาม น่ายกมือไหว้ในสังคม ผมสะอิดสะเอียดคนพวกนี้ ชีวิตผมอยู่ในสังคมที่มีแต่คนพวกนี้เวียนว่ายตายเกิด ยามอับจนหนทาง จะจมน้ำตายอยู่รอมร่อ ก็วิ่งมาหาผม ขอให้ช่วยเหลือ ครั้นเมื่อใด ผมเอื้อมมือลงไป ก็เป็นได้ถูกคนพวกนี้ลากเข้าไปเปรอะโคลนตมอย่างเลี่ยงไม่ได้
“แกจะเอายังไง แกก็เห็นแล้วว่าฉันไม่มีอะไรให้แกแน่ แล้วจะยังไง ฆ่าฉันเลยสิ แกอาจจะสะใจมากกว่านี้ก็ได้ ”
“ ผมไม่ทำอย่างนั้นให้มือโสโครกเปล่าๆหรอกครับ และผมก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเหยียบย่ำซ้ำเติมใคร เพราะอย่างไรเสีย เงินของผมก็จมอยู่ในธุรกิจสกปรกนี้มากโขอยู่แล้ว ผมจะยื่นขอเสนอให้คุณลุง ไม่ทราบว่าจะรับฟังหรือเปล่าครับ “
“ ไม่ต้องมาอ้อมค้อม แกจะเอายังไงก็ว่ามา ”
“ ผมจะให้เวลาคุณลุงคิดสามวัน ทำใจให้ผมขึ้นนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่แทนคุณลุง ผมจะซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นของบริษัทนี้ และจัดการหนี้เน่ากับสเตฟานนอฟ คู่ค้าสุดที่รักของคุณลุงให้ แน่นอนว่าคดีที่กำลังจะขึ้นศาลก็จะอันตรธานหายไป อย่างที่ไม่มีใครเห็นมันอีกเช่นกัน คุณลุงคิดว่าไง ง่ายดีใช่ไหมครับ คุณลุงไม่ต้องกังวลไป อำนาจของคุณลุงในบริษัทนี้ยังเป็นของคุณลุงเหมือนเดิม แต่ผมจะเข้ามาคอยดูแลไม่ให้มันต้องขาดทุนอีก ไม่ว่าจะในที่แจ้ง หรือที่ลับ กิจการค้าไม้ และเฟอร์นิเจอร์ของคุณลุงจะได้รุ่งเรือง ผมรับรองว่าจะยิ่งกว่าเดิมร้อยเท่า พันทวี คุณลุงเห็นเป็นยังไงครับ ”
“ นี่แก… แกวางแผนไว้อยู่ก่อนแล้ว จะหุบบริษัทของฉันใช่ไหม ไอ้สารเลว ”
“ ระวังคำพูดหน่อยคุณประภาส ” เรวัติที่กำลังจะก้าวเข้าไป ก็หยุดเมื่อผมยกมือห้ามไว้
“ ผมไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไรที่มันจะทำให้ผมต้องตกต่ำลง หรือยุ่งยากเลย เงินที่ผมมีมันก็มากมายมหาศาลอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปขโมยของรักของหวงใครเขามา คุณลุงจะยืนกรานไม่รับข้อเสนอของผมก็ได้นะครับ อยากจะลองเสี่ยงดวงขึ้นศาลกับเขาดูสักตั้งก็ไม่มีปัญหา ไม่แน่ว่า ทนายดีๆสักคน อาจจะพอทำให้โทษของคุณลุงลดลงสักหน่อยก็เป็นได้ ”
“ คุณประภาส มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ยอมรับขอเสนอของคุณกีรติไปเถอะครับ ”
“ นั่นสิ นี่ถ้าผมรู้ว่าคุณทำกิจการแบบนี้ คงไม่ยอมซื้อหุ้นมาแน่ๆ ”
“ หรือเราจะถอนหุ้นเลยดี ก่อนจะลำบากไปกว่านี้ ”
“ เอาล่ะๆ พอได้แล้ว ผมตกลง ” คุณลุงทรุดตัวลงนั่ง กุมขมับเหมือนโลกมืดแปดด้าน เมื่อคนที่เคยร่วมหัวจมท้ายอย่างหุ้นส่วนรายใหญ่ทั้งหลาย กำลังจะตีตัวออกห่างในยามชี้เป็นชี้ตาย
“ งั้นตกลงตามนี้นะครับ อีกสามวันผมจะให้คนส่งสัญญาฉบับใหม่มา ส่วนเงินที่จะใช้ซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็น เรวัติจะจัดการให้ในวันที่เราเซ็นสัญญากัน เรื่องต่างๆกับทางการ และทางรัสเซียก็ไม่ต้องกังวล ผมจะออกหน้าให้ทั้งหมด แต่อย่างไรเสีย คุณลุงก็อย่าได้คิดตลบหลังผม ถ้าคุณลุงทำการอะไรก็ตามโดยพละการอีกละก็ ผมไม่รับรองความปลอดภัยทั้งในชีวิต และทรัพย์สินของคุณลุงแน่ ขอเตือนไว้ “
คุณประภาสที่เคยคิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือใคร ในบรรดาบริษัทค้าไม้ด้วยกัน บัดนี้ แค่ไม้ซีก ก็อาจทำให้ชีวิตเขาแหลกสลายได้ ผมไม่เคยมีความสุขกับทุกครั้งที่ต้องแก้ปัญหาต่างๆด้วยวิธีนี้ และท้ายที่สุด ความสกปรกก็ไม่วายต้องเปรอะเปื้อนมือทั้งสองของผม มันไม่อาจเอาอะไรมาล้างออกได้หมด มีก็แต่ขจัดตัดมือคู่นี้ทิ้งไปเสีย ไม่ก็ต้องชินชากับความสกปรกนั้น อยู่อย่างข่มขื่นต่อไปให้ได้
ก่อนกลับบริษัท ผมยังต้องแวะเคลียร์งานอีกสองที่ เวลาก็ใกล้เที่ยงเข้าไปทุกที เห็นว่าคงจะกลับไปกินข้าวเที่ยงกับนิกไม่ทัน ระหว่างทาง ผมจึงเขียนข้อความถึงนิก สั่งให้เรวัติล่วงหน้ากลับออฟฟิศไปก่อนพร้อมทั้งจัดอาหาร และยาให้นิก แล้วผมจะรีบตามไปทันทีที่เสร็จงาน เรวัติรับคำสั่งผม แล้วรีบนั่งรถอีกคันกลับไปก่อน ผมไม่มีสมาธิทำงานเท่าไหร่นัก และคนรอบข้างก็สังเกตเห็นเสียด้วย อย่างแคทรียา เจ้าของแจ๊สผับ ที่เป็นลูกค้าชั้นดีของผมมาตลอดห้าปีที่ผ่านมานี้ ผมเคยคบหาเธออยู่ราวสามสี่เดือน ก่อนที่เราจะตกลงเป็นเพียงเพื่อน และคู่ค้ากัน เพราะสำหรับผม เราไม่ได้มีอะไรผูกพันกันมากไปกว่าสัมพันธ์ทางกาย ผมไม่มีความรู้สึกอะไรลึกซึ้งกับเธอในช่วงตลอดเวลาที่เราคบกัน ผมจึงคิดว่าถ้าเรารังแต่จะคบกันต่อไป ก็เหมือนไม่ให้เกียรติเธอ แต่ตอนเลิกกันผมก็ไม่ได้พูดแบบนั้น ผมบอกเธอว่าผมเบื่อจะเอาใจใคร และไม่สะดวกใจจะคบหากับลูกค้าตัวเอง ผมคงชินแล้วกับการโกหกเอาเรื่องไม่ดีเข้าตัว
“ เป็นอะไรไปเหรอคะติ ดูคุณเหมือนไม่ค่อยสบายใจ มีอะไรก็เล่าให้เพื่อนเก่าเพื่อนแก่คนนี้ฟังได้นะคะ “ แคทรียายังคงทำตัวสบายๆเหมือนเคย ผมรู้สึกสบายใจเวลาได้พูดคุยกับเธอ เธอเองก็เป็นอีกคนที่ผมเล่าเรื่องนิกให้ฟัง
“ วันนี้ผมเพิ่งเจรจางานใหญ่เสร็จ แต่ก็ยังต้องมาหาคุณ ทั้งๆที่อยากกลับออฟฟิศจะแย่อยู่แล้ว รู้หรือเปล่าละ “
“ แหม… ติเนี่ย ใจร้ายจริงๆ ไม่อยากมาก็ไม่เห็นต้องพูดขนาดนี้เลย ว่าแต่ทำไมถึงอยากรีบกลับนักล่ะ… อ่อ หรือว่าไปรับเด็กนิกมาแล้ว “
“ อืม… แต่เขากำลังไม่สบาย ผมเป็นห่วง ก็เลยอยากกลับไปดู เอาล่ะว่างานให้จบๆเถอะ ผมยังต้องไปอีกที่ “
“ ไม่น่ารักเลยคุณเนี่ย อย่าบอกนะว่า ที่เราเลิกกันเพราะคุณมีอะไรกับเด็กนิก “
“ อย่านอกประเด็นน่าเร ผมไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงกับคุณหรอกนะ “
“ หืม… เอาแล้วไงคุณกีรติ ท่าทางจะมีความรักกับเขาเข้าแล้วละมั้งคราวนี้ “
“ แคทรียา! ”
“ โอเคๆ ไม่แหย่แล้วก็ได้ เด็กๆเอาเอกสารมาให้เจ๊หน่อย “
ความรักเหรอ ผมไม่แน่ใจว่าจริงๆความรักหน้าตาเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ว่าที่ผมรู้สึกกับนิกเป็นเพียงความปรารถนา หรือความรัก ตั้งแต่วันที่เขาเป็นของผม ไม่มีแม้นาทีที่ผมจะไม่โหยหาสัมผัสในครั้งนั้น ผมเฝ้าคิดถึงเขา อยากกอด อยากจูบ อยากทำให้เขาเป็นของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากให้เขานอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของผม อยากนอนตื่นข้ามคืนด้วยกัน ไม่ต้องคิดถึงเรื่องบุญคุณ ความแค้นใดๆ อยากให้มีเพียงแค่เรา อยู่อย่างไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น แล้วนี่ใช่ความรักหรือเปล่านะ
ติดตามตอนต่อไป…
One Trackback/Pingback
[...] Love Deposit – หนี้รักนายอสูร 4 [...]